โครงการ ธอส.ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง ปี 4/2556
VET 4 ได้รวบรวมภาพบรรยากาศงาน โครงการ ธอส.ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง ปี 4/2556 มาให้ได้ชมกันครับ 1. สถานที่ VET 4 ของเรามีเพื่อนๆ ให้ความสนใจมาจองและลงทะเบียนกันจากทั้งใน Facebook และพื้นที่ใกล้เคียง การผ่าตัดเป็นไปด้วย     ความเรียบร้อย 2.สถานที่นครแม่สอด จังหวัดตากเราปักหลักให้บริการถึง 3 วันเต็มๆ เพราะมีผู้มารับบริการจำนวนมาก บางรายตั้งใจพามาเพื่อให้ดูอาการ    โดยเฉพาะและต้องทำการผ่าตัดกันเลย ซึ่งผลออกมาน่าพอใจ และคุณหมอก็ดีใจที่ได้ช่วยเหลือ 3.สถานที่วัดธัญญะผล จังหวัประทุมธานี งานนี้ชาวบ้านมารอลงทะเบียนกันตั้งแต่เช้า ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี สรุปตลอดการทำงานทั้ง 3 สถานที่ เราสามารถช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงได้ตามจำนวนด้านล่างนี้ สุนัขตัวผู้ 32 ตัว สุนัขตัวเมีย 57 ตัว แมวตัวผู้ 14 ตัว แมวตัวเมีย 20 ตัว ผ่าตัดอื่นๆ สุนัขตัวเมีย 2 ตัว แมวตัวผู้ 5 ตัว แมวตัวเมีย 1 ตัวรวมทั้งสิ้น  131 ตัว  ฉีดป้องกันพิษสุนัขบ้า 190 ตัว ป้องกันเห็บหมัด 167 ตัว รวมทั้งสิ้น 357 ตัว งานนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนดีๆ และฝ่ายประสานงานจากหน่วยงานต่างๆ ขอขอบคุณธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขอขอบคุณกรมปศุสัตว์จังหวัดตาก ขอขอบคุณนายกเทศบาลนครแม่สอด และขอขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมดีๆ ครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ และเราจะมีโครงการแบบนี้ในปีต่อๆ ไป   โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4
Dog Super Hero 2013@central bangna
Dog Super Hero 2013@central bangna           เตรียมตัวพบกับงาน Dog Super Hero 2013@central bangna วันที่ 6-9 มิถุนายน 2556 ภายในงานมีละครเวที ขบวนการตูบน้อยผู้พิทักษ์ นำแสดงโดยดาราสุนัขมากมาย และบูธจำหน่ายสินค้าแฟชั่นอินเทรนด์เพื่อสุนัขแสนรัก พร้อมบูธตรวจสุขภาพน้องหมา ฟรี จากโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4               งานนี้ VET 4 เปิดบูทโดยมีคุณหมอให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และให้บริการตรวจสุขภาพทั่วไป ฟรี ทุกวัน และกิจกรรมเสวนาบนเวทีเพื่อให้ความรู้ต่างๆ แก่ผู้เข้าร่วมงาน เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสุนัขประสบอุบัติเหตุ ภายในบ้าน, ทำความรู้จักกับของกินที่เป็นอันตรายกับสุนัข เช่น องุ่น หัวหอมช็อกโกเลต ฯลฯ แต่ละอย่างอันตราย อย่างไร, ยาฆ่าแมลง ยาเบื่อหนู น้ำยาขัดพื้น ฯลฯ เราจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร เมื่อสุนัขเผลอกินเข้าไป        
SmartHeart presents Thailand International Dog Show - หมายิ้มกันเต๊อะ
เมื่อวันที่ 14-17 มีนาคม 2556 Vet 4 ได้มีโอกาสออกกิจกรรมงาน      SmartHeart presents Thailand International Dog Show - หมายิ้มกันเต๊อะ     ณ เชียงใหม่ฮอลล์ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ประกวด Fashion Mix &Match หมายิ้มสไตล์, การประกวดสายพันธุ์สุนัขแบบ     OPEN SHOW ชิงถ้วยผู้ว่าฯจังหวัดเชียงใหม่, การแข่งขันลากน้ำหนักจากสุนัขพันธุ์พิทบลู,     บริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ฟรี จาก VET 4 และอื่นๆ อีกมากมาย และปีนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก 
การถ่ายเลือดในแมว
การถ่ายเลือดในแมว                                                                                           ปัจจุบันพบว่า ผู้เลี้ยงแมวมักจะประสบปัญหาสุขภาพน้องแมว โดยเฉพาะในเรื่องของโลหิตจาง มั้งเกิดจากโรคติดต่อไวรัสที่ร้ายแรงในแมวได้แก่ โรคลิวคลีเมีย โรคเอดส์ในแมว หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ ล้วนแต่ทำให้เกิดภาวะการเสียเลือดเกิดการทำลายหรือการไม่ถูกสร้างของเม็ดเลือดแดงตามมาทั้งสิ้น เกิดผลทำให้ภาวะความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงในแมวต่ำกว่าปกติ             การแก้ไขเฉพาะหน้าจึงไม่เพียงแต่เป็นการรักษาเท่านั้น แต่หมายความถึง การรีบหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาความจำเป็นที่เกิดในเรื่องของโลหิตจางให้ได้รับการแก้ไขก่อนเมื่ออาการน้องแมวดีขึ้น การรักษาให้ตรงจุดกับโรคดังกล่าวก็จะตามมาภายหลัง ทำไมจึงต้องมีการถ่ายเลือด           เมื่อพบว่าแมวของเรามีปัญหาโลหิตจางเปิดดูในเยื่อบุปาก เหงือกจะมีสีซีด ไม่ว่าจะเป็นซีดเหลืองหรือซีดขาวสิ่งที่เห็นเหล่านี้เมื่อนำเลือดไปวัดค่าความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง จะพบว่าเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงน้อยกว่า10 % หรือมากที่สุดจะอยู่ในระดับไม่เกิน  25%  ซึ่งค่าปกติที่ควรมีในแมวไม่ควรต่ำกว่า25% และสูงขึ้นไปจนถึง40% จึงถือว่าร่างกายมีความสมบูรณ์เพียงพอ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใดก็ตามทั้งการเเสียเลือดแบบเฉียบพลัน จากการประสบอุบัติเหตุ หรือการป่วยเป็นโรคไวรัสในแมวที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางที่กล่าวข้างต้นรวมถึงภาวะการเกิดโรคไต โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแมว โรคเอดส์แมวโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อ โรคไข้หัดแมว โรคพยาธิเม็ดเลือดโรคหรือการอักเสบแบบเรื้อรัง เป็นต้น                เพราะ....เลือดเป็นของเหลวทีอยู่ในร่างกายที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต  เนื่องจากเลือดทำหน้าที่ลำเลียงก๊าซออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย   หากร่างกายขาดเลือดก็จะไม่สามารถดำรงชีวิตได้   มีน้องเหมียวมากมายที่ต้องการเลือดเนื่องจากมีปัญหาโลหิตจาง  การแก้ไขทำได้โดยมีการให้เลือดโดยเอาเลือดจากแมวตัวที่แข็งแรงมากกว่า และมีค่าความเข้มข้นในเม็ดเลือดแดงสูงในระดับปกตินำมาถ่ายเข้าสู่ร่างกายในตัวที่ต้องการเลือดทำให้น้องเหมียวต้องมีการถ่ายเลือดเหมือนในคนเช่นเดียวกัน คราวนี้มาดูการถ่ายเลือดในแมวว่าเรามีขึ้นตอนดำเนินการอย่างไรบ้าง   ก่อนอื่น ขอแนะนำให้ผู้เลี้ยงแมวรับทราบ คุณสมบัติของน้องเหมียวที่จะเป็นผู้ให้เลือด( Donner )ดังนี้ 1. แมวตัวให้เลือดต้องเป็นแมวที่มีสุขภาพดี ช่วงอายุ 1-7 ปีมีน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัมขึ้นไป   2. มีเปอร์เซ็นต์เม็ดเลือดแดงมากกว่า 35%   3. ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหลักๆที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีละ1 ครั้ง   4. ไม่เป็นเป็นพาหะของโรคติดต่อในแมว เช่น พยาธิเม็ดเลือดในแมว มะเร็งเม็ดเลือดขาวแมวเอดส์แมว เยื่อบุ ช่องท้องอักเสบติดต่อ พยาธิหนอนหัวใจ 5. มีค่าเลือดเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือดค่าตับ ค่าไต อยู่ในเกณฑ์ปกติ  6. ไม่เคยได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดมาก่อน   7. ไม่เคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ในช่วง 6เดือนก่อนบริจาคเลือด 8. ไม่เป็นผู้ให้เลือดในช่วง 3เดือนก่อนบริจาคเลือด 9. ไม่เป็นแมวเพศเมียที่อยู่ในระยะระหว่างเป็นสัดตั้งครรภ์ ให้นมลูก หรือแท้งลูกภายใน 6 เดือนก่อนบริจาคเลือด  ไม่ทานยารักษาโรคต่างๆ   การเป็นแมวผู้ให้เลือดอันตรายหรือไม่                              การเก็บเลือดจากแมวตัวให้เลือดจะเก็บในปริมาณที่ไม่กระทบต่อสุขภาพของแมวตัวให้เลือด   โดยจะเก็บไม่เกิน 20 % ของปริมาตรเลือดทั้งหมดหากแมวผู้ให้เลือดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ผลเลือดปกติ   การเก็บเลือดปริมาณดังกล่าวไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพแต่อย่างใด   ขั้นตอนการถ่ายเลือด                              ก่อนอื่นต้องตรวจร่างกายและเลือดแมวผู้ให้เลือดก่อนว่าเป็นผู้ให้เลือดที่ดีหรือไม่   โดยจะพิจารณาตามเกณฑ์ข้างต้น   หากผ่านเกณฑ์ก็จะเป็นแมวผู้ให้เลือดที่ดี  จากนั้นมาดูกันต่อว่าเลือดของแมวผู้ให้เลือดกับแมวผู้รับเลือดเข้ากันได้หรือไม่โดยการทำcross matching   หากเลือดแมวผู้ให้เลือดทำcross matching ผ่านก็แปลว่าเลือดของแมวผู้ให้เลือดและแมวผู้รับเลือดสามารถเข้ากันได้  ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายเลือดให้น้องเหมียวผู้รับเลือด   แมวผู้รับเลือดอันตรายไหม                               แมวตัวรับเลือดมีโอกาสแพ้เลือดหรือได้รับเชื้อปนเปื้อนจากเลือดที่ให้เนื่องมาจากการเก็บรักษาเลือดไม่ดีพอ  ในรายที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคไตหากให้เลือดเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอด   แมวตัวรับเลือดต้องเฝ้าระวังและบันทึกสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดและควรที่จะมีการปรับค่าความสมดุลย์ของแร่ธาตุในร่างกายโดยการใช้ชนิดของน้ำเกลือที่ถูกต้อง                  การเป็นผู้ให้เลือดถือเป็นการทำบุญต่อชีวิตของน้องเหมียวที่ต้องการเลือด   นอกเหนือจากการเป็นผู้ให้เลือดแล้วยังได้รับสิ่งดีๆกลับมาอีกด้วย                โดยทั่วไปร่างกายของแมวผู้ให้เลือดจะมีการสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ทดแทนเม็ดเลือดแดงเก่าทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกตามระยะเวลาที่กำหนด  นอกจากนี้เจ้าเหมียวผู้ให้ยังมีโอกาสได้พบสัตวแพทย์และทำการตรวจสุขภาพไปในตัวอีกด้วย                ดังนั้น สัตวแพทย์จึงขอรับรองความปลอดภัยแก่แมวผู้ที่เป็นผู้ให้เลือดและขอเชิญชวนเจ้าของน้องเหมียวที่มีแมวสมบูรณ์แข็งแรงเข้ามาบริจาคเลือดเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนแมวร่วมโลกของเราให้มีอายุยืนยาวต่อไป     ด้วยความปรารถนาดีจากคลินิกโรคแมวโรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4
ภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานและภาวะโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง
ภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานและภาวะโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง                                                   ศูนย์บำบัดและฟื้นฟูร่างกายสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4          หากพูดถึงปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยง  เจ้าของส่วนใหญ่มักนึกถึงโรคหัวใจ โรคไต โรคผิวหนัง เป็นอันดับแรกๆ เพราะสัตว์เลี้ยงจะแสดงอาการป่วยให้เห็นค่อนข้างชัดเจน แต่เนื่องด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น บวกกับความเอาใจใส่ที่มีมากขึ้นจากเจ้าของ ทำให้โรคภัยที่กล่าวข้างต้นมีแนวโน้มลดลง         ในทางตรงกันข้าม  สิ่งที่แอบแฝงมาพร้อมกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสุขภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น ก็คือ ”ภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน” หรือ ”Overweight” ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่มักละเลยและมองข้ามว่าไม่ใช่ปัญหา แต่ท้ายที่สุดการเกิด ”ภาวะโรคอ้วน” หรือ “Obesity จะนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนัง โรคระบบหายใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคเบาหวานและโรคข้อต่อและกระดูกเป็นต้น          จะเห็นได้ว่าโรคที่เป็นผลตามมาจากภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ ล้วนเป็นโรคเรื้อรังยากที่จะจัดการแก้ไขหรือกระทั่งรักษาให้หายขาดไม่ได้  การป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงมีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานจึงเป็นปราการด่านแรก และเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและสมเหตุสมผล คู่ควรกับการให้ความสำคัญและทำให้แนวโน้มการเลี้ยงดูสัตว์ที่มีมาตรฐานยิ่งขึ้นตามลำดับ          ปัญหาพื้นฐานของความอ้วน มี 2 แบบ คือ    1. การเพิ่มขนาดเซลไขมันในร่างกาย ( Hypertropic Obesity ) เกิดจากการได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น         ซึ่งสามารถจัดการได้โดยควบคุมปริมาณของพลังงานที่ได้รับให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ 2. การเพิ่มทั้งขนาดเซลและจำนวนของเซลไขมันในร่างกาย ( Hyperplastic Obesity) เกิดจากการเพิ่มจำนวนเซลล์ไขมัน         ที่มากผิดปกติซึ่งยากที่จะแก้ไขและมักเป็นปัญหาในระยะยาวต่อไป  ส่วนใหญ่แล้วน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของสัตว์เลี้ยงจนนำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกินและภาวะโรคอ้วนนั้นเกิดจาก 2 ปัจจัยใหญ่ๆ ได้แก่   1. ปัจจัยจากภายนอก เช่นสภาวะแวดล้อม การเลี้ยงดูจากเจ้าของ อิทธิพลในการกินอาหาร ส่วนประกอบของอาหารที่กิน               พฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายของตัวสัตว์เอง   2. ปัจจัยจากภายใน เช่น อายุ เพศ อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ภาวะของระบบสืบพันธุ์ ความมีอยู่หรือ         ความผิดปกติของระดับฮอร์โมนในร่างกาย หรือความผิดปกติของต่อมใต้สมอง เป็นต้น         สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมากกว่า 70%  มักเกิดจากปัจจัยจากภายนอกเป็นหลัก เนื่องมาจากปริมาณอาหารที่ได้รับในแต่ละวันนั้นมากเกินไปหรือขาดการออกกำลังกายที่จะเผาผลาญพลังงาน โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ที่มีปัญหาในการควบคุมน้ำหนักสัตว์เลี้ยงของตน มักจะมีคำถามและความสงสัยในส่วนของจำนวนมื้อที่สัตว์เลี้ยงควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็น "ควรให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารวันละกี่มื้อ ถึงจะพอ" "ถ้าให้ปริมาณอาหารลดลงแล้วสัตว์เลี้ยงจะอิ่มหรือไม่" รวมไปถึง “รู้สึกแทนสัตว์เลี้ยง กลัวว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่อิ่ม จะหงุดหงิดหรือหิวโหย หากอาการที่เคยได้รับต้องถูกจำกัดและลดปริมาณลง หรือแม้แต่รู้สึกทนไม่ได้ที่จะต้องทนเห็นสาย