ถ่ายทำรายการ Pets Lovers คนรัก< สัตว์เลี้ยง
วันที่ 7 ตุลาคม 2557 โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทนย์ 4 ได้รับเกียรติจาก สพ.ญ.สุปรียา ศรีสัมพันธ์ สัตวแพทย์คลินิกเนื้องอกและโรคแมว vet4 มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่อง โรคเนื้องอกและโรคแมวอ้วน เพื่อเผยแพร่ใน รายการ Pets Lovers คนรักสัตว์เลี้ยง รายการจะนำเทปไปใช้ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 12 / 19 ตุลาคม 2557 ทางช่อง TST5 ระบบ C-BAND และ KU – BAND, ดาวเทียมไทคม, เคเบิ้ลท้องถิ่นทั่วประเทศ หรือชมออนไลน์ได้ที่ www.mvtv.co.th
พบกับคลินิกโรคผิวหนังและโรคภูมิแพ้
 คลินิกโรคผิวหนังและภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง   VET 4 SKIN CLINIC    ให้บริการรักษาโรคผิวหนัง และโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง  โดยสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ ถึง 2 ท่าน  สพ.ญ. เลอเพ็ญ ดวงแก้ว   สัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการรักษาโรคที่อเมริกา มากว่า 16 ปี   และ สพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์  สัตวแพทย์ประจำ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4   เริ่มเปิดบริการให้เต็มรูปแบบวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557  ท่านสามารถโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ทุกวันที่เบอร์  02-953-8085-6   (คลินิกพิเศษ รับเฉพาะเคสที่มีนัดหมายเท่านั้น) คลินิกผิวหนัง                         วันจันทร์  อังคาร  ศุกร์  เสาร์  เวลา 9.00-12.00 น. คลินิกผิวหนังและภูมิแพ้           วันอาทิตย์  เวลา 12.00-20.00 น.  (สัปดาห์  เว้นสัปดาห์)
โครงการสมาร์ทฮาร์ท ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง” ครั้งที่ 1/2557
      VET 4 ได้รวบรวมภาพบรรยากาศในงานกิจกรรมเพื่อสังคม  “โครงการสมาร์ทฮาร์ท ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง” ครั้งที่ 1/2557 เพื่อมาให้ได้ชมกันครับ   Vet4 สืบเนื่องงานกิจกรรมเพื่อสังคมในการรณรงค์การทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ร่วมกับสัตวแพทย์ จาก มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เมื่อวันที่ 5-6 มิถุนายน 2557  ที่เทศบาลตำบลลำลูกกา ปทุมธานี และวันที่ 9-11 มิถุนายน 2557   วัดแก้วโกรวาราม อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่  กิจกรรมที่มีในงาน ได้แก่ การตรวจสุขภาพสุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า  ตรวจอัลตร้าซาวน์ช่องท้อง ผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ตรวจเลือด และหยดยาป้องกันเห็บหมัด และ ยากินป้องกันพยาธิหนอนหัวใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยสามารถทำหมันสุนัขและแมว รวมทั้งสิ้นจำนวน 130 ตัว และฉีดป้องกันพิษสุนัขบ้า รวมทั้งสิ้น 167 ตัว             และงานนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนดีๆ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานทั้งในภาครัฐและเอกชนจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้งานกิจกรรมดังกล่าวบรรลุความ สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ ขอขอบคุณผู้จัดการบริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จํากัด ขอขอบคุณบจก.กิสส์ มาร์เก็ตติ้ง ขอขอบคุณนายกเทศมนตรีตำบลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขอขอบคุณนายกเทศบาลเมืองกระบี่  จังหวัดกระบี่ ขอขอบคุณคณะครูและนักเรียน Vet School , University of Pensilvania และขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมดีๆ ครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ และสัญญาว่า Vet4 จะจัดกิจกรรมเพื่อน้องหมาน้องแมวเช่นนี้ในปีต่อๆ ไป   โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4
โรงพยาบาลที่เป็นที่รู้จัก "โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4"
      หนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิต น.สพ. ชัยพร และสพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4   คือ การเข้ามาศึกษาที่คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนิสิตของคณะสัตวแพทย์ฯ ในปีพ.ศ. 2521 และเป็นรุ่นที่ 42   ถือเป็นโชคดีของเราทั้งสองที่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่เล่าเรียนมาเพื่อประกอบอาชีพในสายงานสัตวแพทย์โดยตรงทางด้านสัตว์เล็ก เมื่อสำเร็จการศึกษาและทำการสมรส  นอกเหนือจากงานราชการประจำที่ทำอยู่ ได้ใช้เวลาในช่วงหลังเลิกงานเปิดกิจการรักษาสัตว์เล็ก และดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยมา จนในปัจจุบันชื่อกิจการเป็นที่รู้จักในนามของ .... "โรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4" ....  ในปี พศ. 2528   จากครอบครัว ที่บิดามารดารับราชการ ไม่เคยประกอบธุรกิจการค้าและไม่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจมาก่อน ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นการค่อยๆเติบโต ไม่มีความรู้ในด้านการบริหารมากนัก สถานที่เป็นที่ดินของครอบครัว ทำให้ไม่ต้องเสียค่าเช่า เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อเริ่มทำกิจการนี้ ช่วงแรกของการดำเนินกิจการรักษาสัตว์  โดยดัดแปลงสถานที่จากคลินิกเก่าเล็กๆของมารดาที่ทำอยู่เดิม จากคลินิกรักษาคนไข้ มาเป็นคลินิกรักษาสัตว์ ในชื่อของ "คลินิกสัตวแพทย์ 4" โดยตั้งอยู่ในย่านประชานิเวศน์  1  ถนนเทศบาลสงเคราะห์ จตุจักร กรุงเทพมหานคร และเปิดให้บริการรักษาสัตว์เฉพาะตอนเย็นในวันธรรมดาและปิดวันอาทิตย์เท่านั้น   การเริ่มต้นเปิดคลินิกเล็กๆ นอกจากจะทำให้เรามีงานทำแล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูวิชาชีพสัตวแพทย์ไม่ให้ลืมความรู้ที่เล่าเรียนมา จนเมื่อ 5 ปีแรก ผ่านไป คุณหมอทั้งสองจึงเริ่มลาออกจากงานราชการประจำ และเริ่มก้าวเข้าสู่งานการบริหารของธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์อย่างเป็นรูปเป็นร่างและเป็นจริงจังมากขึ้น ตั้งแต่ การย้ายสถานที่ประกอบการออกมาที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามติดถนนใหญ่ เพื่อให้คนผ่านไปมามองเห็นชัดเจนมากขึ้น มีการเปิดรับสัตวแพทย์เข้ามาช่วยงานเพิ่มขึ้นและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านสัตวแพทย์ควบคู่กันไป  จากกิจการจากคลินิกเล็กๆ ได้เติบโตมาเป็น สัตวแพทย์ 4 โพลีคลินิก และ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  ในปัจจุบัน สถานที่ประกอบการยังคงมีเพียงแห่งเดียวไม่มีการเปิดสาขา ธุรกิจของโรงพยาบาลสัตว์ถูกจดทะเบียนในชื่อของ "บริษัทโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 โพลีคลินิก จำกัด"  ปัจจุบันมีบุคคลากรในสายงานสัตวแพทย์ทั้งประจำและนอกเวลาประมาณ 30 คน และในสายงานธุรการฝ่ายสนับสนุน รวมแล้วทั้งสิ้นประมาณ 60 คน  ในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์  ฝ่ายบุคคลของสัตวแพทย์ 4 ได้ยึดถือตามระเบียบข้อบังคับของพนักงานโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 ที่ทำการจดทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานทุกคนที่ทำงานในสถานประกอบการนี้ ชื่อของ คลินิกรักษาสัตว์ ในชื่อของคลินิกสัตวแพทย์ 4 นั้น เลข 4 หมายถึงบ้านเลขที่ ที่ผู้เป็นบิดาของผู้เขียนตั้งชื่อให้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่กิจการของสถานประกอบการสืบไป เริ่มต้นที่มีวันนี้ นอกเหนือจากพระคุณของครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่สั่งสอนอบรมจนเราสามารถก้าวออกสู่โลกภายนอก และยังมีสัตวแพทย์อีกหลายท่านที่คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือ ท่านแรกที่ขอเอ่ยนามคือ ศ. น.สพ. ดร. มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์ ที่เข้ามาช่วยสอนและแนะนำโดยเฉพาะในเรื่องของการผ่าตัด การวางยาสลบ ทำให้ สัตวแพทย์ 4 มีเครื่องดมยาสลบกาซเครื่องแรกใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532  เนื่องจากเห็นคุณประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยต่อชีวิตสัตว์ในขณะต้องผ่าตัดและวางยาสลบ จนถือได้ว่าคลินิกสัตวแพทย์ 4 เป็นสถานประกอบการรักษาสัตว์เอกชนแห่งแรกในประเทศไทยในขณะนั้นที่ใช้เครื่องดมยาสลบกาซ การต่อยอดองค์ความรู้ทางสัตวแพทย์  ภายหลังจบการศึกษา นอกเหนือจากการประชุมวิชาการทางสัตวแพทย์ในประเทศแล้ว เรายังให้ความสนใจกับความก้าวหน้าทางวิชาการในต่างประเทศ เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนและคุณหมอชัยพรมีโอกาสได้เข้าร่วมงานประชุมสัตวแพทย์นานาชาติ WSAVA ( World Small Animal Veterinary Association ) 1995 ( พ.ศ. 2538 )  ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยการนำทีมของรศ. น.สพ. ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ถือว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญผู้หนึ่งในการเปลี่ยนโฉมหน้าวงการสัตวแพทย์ในประเทศไทย ให้มีความตื่นตัวและก้าวทันอารยประเทศ และท่านเป็นผู้เริ่มต้นนำพาสมาคม VPAT เข้าเป็นสมาชิกของ WSAVA เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการสัตวแพทย์ไทย  และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ในปี 2003 ( พ.ศ. 2546 )  ประเทศไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการสัตว์เล็กในระดับนานาชาติ ( WSAVA ครั้งที่ 28 ) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และสืบเนื่องการนำความรู้ทางสัตวแพทย์ โดยมีการจัดประชุมในระดับนานาชาติมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุประสงค์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมและสังคม  โดยเฉพาะการผลักดันให้วงการสัตวแพทย์ในประเทศไทยมีความก้าวหน้าและเติบโตต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน  การนำความก้าวหน้าทางสัตวแพทย์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเพื่อปรับปรุงคุณภาพการรักษาสัตว์ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด  สิ่งใดที่ยังไม่มีให้บริการถือเป็นความขาดแคลน  ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงและวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่ต้องการนำสิ่งใหม่ๆในการรักษาสัตว์ให้เกิดมีขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ และการรักษาสัตว์  เพื่อนำพาให้เกิดความก้าวหน้าและทันสมัยอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยยึดมั่นในปฏิญญาวิชาชีพที่จะให้บริการการรักษาสัตว์อย่างมีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานทางสัตวแพทย์ เพื่อให้เจ้าของสัตว์ได้รับงานบริการที่เป็นเลิศและมีประสิทธิภาพสูงสุด การเติบโตในวิชาชีพ การมีโอกาสได้ร่วมทำงานให้กับวงการสัตวแพทย์ตั้งแต่เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้แก่ การเข้าเป็นกรรมการของสัตวแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ในสมัยของอาจารย์ ม.ล. อัคนี นวรัตน์ เป็นนายกสมาคมฯ และ กรรมการของสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ แห่งประเทศไทย ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และเปิดโลกทัศน์ต่อโลกภายนอก ได้รู้จักสัตวแพทย์ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ทำให้เรามีครูดีที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมวิชาชีพและมิตรแท้ การมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 การไปดูประกวด Cruft Dog Show ที่ประเทศอังกฤษ ทำให้นำสุนัขพันธุ์เชาเชาแท้จากอังกฤษมาเลี้ยง และฝึกฝนหัดทำการผสมเทียมสุนัขเชาเชาเป็นครั้งแรกในปี 2529 ที่สมัยนั้นการทำผสมเทียมยังไม่เป็นที่แพร่หลายจนสำเร็จ และเกิดลูกเชาเชาที่ผสมเทียมในประเทศไทย  ในปี พ.ศ. 2542 การเดินทางไปร่วมงานประชุม WSAVA ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น  ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทำให้เราได้เริ่มรู้จักสัตวแพทย์ที่เก่งๆมีความสามารถในหลายสาขา และสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจรพ.สัตว์ การส่งสัตวแพทย์ที่ทำงานประจำมีโอกาสได้เรียนต่อในคอร์สการศึกษาต่อเนื่อง เช่น PGF ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  การส่งเข้าร่วมในงานประชุมวิชาการสัตวแพทย์ในระดับโลก เช่น  NAVC (North American Veterinary Conference )  ที่เมืองออรันโด ประเทศสหรัฐอเมริกา   WAVC  ( Western American Veterinary Conference )  ประเทศสหรัฐอเมริกา   BSAVC ( Britain Small Animal Veterinary Conference ) WVDC ( World Veterinary Dermatology Conference) WOC  ( World Orthopedic Conference ) AAFP ( American Association of Feline Practitioners ) AO Vet Conference เป็นต้น การเดินทางไปต่างประเทศแต่ละครั้ง นอกจากการเข้าประชุมทางวิชาการแล้ว ยังมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมโรงพยาบาลสัตว์ที่ทันสมัยทั้งในญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถนำสิ่งที่ได้พบเห็นมาหลอมรวม และทำให้เกิดเป็นจริงได้ในประเทศไทย เช่น สระว่ายน้ำเพื่อธาราบำบัด การนำเข้าสุนัขเกรย์ฮาวน์จากประเทศออสเตรเลีย ในโครงการ Pets save Pets การผ่าตัดแก้ไขกระดูกหักด้วยการใช้ Hybrid Circular Ring  การทำผ่าตัดเปลี่ยนหัวกระดูกสะโพกครั้งแรกในประเทศไทย  รถพยาบาลขนาดใหญ่เคลื่อนที่ในกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นต้น จะเห็นว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปี ที่ดำเนินกิจการมาถึงปัจจุบัน  สามารถพัฒนาความรู้ทางสัตวแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง ให้แก่บุคลลากรภายในที่ทำงานให้มีการพัฒนาและเติบโตขึ้น เป็นเพื่อก้าวสำคัญของตัวแทนรุ่นต่อๆไปของโรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4 ในอนาคต การศึกษาเพิ่มเติม นอกเหนือจากวิชาชีพสัตวแพทย์แล้ว ในปี พ.ศ. 2550 ผู้เขียนได้เข้าศึกษาต่อปริญญาโททางด้านบริหาร Executive MBA รุ่นที่ 19 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   ขั้นตอนในการเติบโตและการได้นำสิ่งที่ใหม่ๆในวิชาชีพสัตวแพทย์ในประเทศไทย ของโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  จากในอดีตจนถึงปัจจุบัน พอสรุปได้ดังนี้  พ.ศ. 2528  การทำผสมเทียมสุนัข โดยใช้ประสบการณ์จากสุนัขพันธุ์เชาเชาที่เลี้ยงเป็นของตัวเอง และไม่สามารถทำการผสมจริงได้ โดย น.สพ. ชัยพร ผลสุวรรณ์ ใช้การรีดน้ำเชื้อสด และฉีดเข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์ตัวเมีย โดยต้องใช้อุปกรณ์ในการนำพาน้ำเชื้อ และต้องผ่านการฆ่าเชื้อตามขั้นตอน เราสามารถผลิตลูกสุนัขเชาเชาในครอกแรกจำนวน 5 ตัว และ ล่าสุดในปี 2553  การผลมเทียมให้กับสุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวน์ ที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย สามารถเกิดลูกได้ 7 ตัวต่อครอก พ.ศ. 2534  การนำเข้าและใช้เครื่องวางยาสลบกาซในการวางยาสลบสัตว์ของสถานประกอบการเอกชนแห่งแรก และให้ความรู้เพื่อการเริ่มต้นในเรื่องการผ่าตัดที่ปลอดภัยให้แก่เจ้าของสัตว์ พ.ศ. 2539  Vet4 Exotic Pet Clinic เปิดให้บริการการรักษาสัตว์พิเศษ โดย อาจารย์ปานเทพ รัตนากร เป็นสัตวแพทย์ท่านแรกที่มาช่วยวางรากฐาน และสร้างความเข้าใจในการให้การรักษาแก่สัตว์ประเภทนี้ทั้งแก่เจ้าของสัตว์และสัตวแพทย์ที่ประจำ ทำให้เกิดการพัฒนาต่อมาในสัตวแพทย์รุ่นหลังๆต่อมา ในปัจจุบัน อจ. น.สพ. เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล เป็นหัวหน้าสัตวแพทย์ในหน่วยงานของ Vet4 Exotic Clinic และสร้างบัณฑิตที่จบใหม่ที่สนใจในการรักษา exotic จนปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  มีสัตวแพทย์ที่สนใจงานบริการนี้และสามารถให้บริการได้ทุกวันทำการตลอด 24 ชั่วโมง พ.ศ. 2544   ขยายสถานที่การให้บริการมาฝั่งตรงข้าม และ เปิดให้บริการด้านอาบน้ำ ตัดขน และมีการรับฝึกสุนัขโดยทีมจากสุนัขตำรวจ เนื่องจากสพ.ญ. อารยา เคยรับราชการที่กองกำกับการสุนัขตำรวจ และสามารถนำทีมครูฝึกที่เป็นข้าราชการตำรวจ เพื่อให้บริการด้านการฝึกหลักสูตรเชื่อฟังคำสั่งเบื้องต้นแก่สุนัขที่มารับการฝึก  พ.ศ. 2545  งานพัฒนาด้านศัลยกรรม โดยน.สพ.ชัยพร ผลสุวรรณ์ ศึกษางานด้านนี้ด้วยตัวเองแบบลงลึก และการไปสัมมนาอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ ทำให้สามารถทำการผ่าตัดแก้ไขทางออร์โธพิดิกได้หลายวิธี ในรายที่มีการหักของกระดูก โดยการใช้อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์ที่เป็นมาตรฐานได้แก่   IM pin , Bone Plate screw , Locking plate,  Linea external Skeletal fixation , Circular ring, Hybrid Exterrnal Skeletal Fixation, Cemented Total Hip Replacement  ส่วนในเรื่องการผ่าตัดเนื้อเยื่อและในเคสเนื้อเยื่อในปัจจุบันมีการนำ  Co2 Laser เข้ามาใช้ และการช่วยให้แผลเรื้อรังหายดีขึ้นด้วยการใช้เลเซอร์ คือ Class 4 K - Laser พ.ศ. 2546  Vet4 Rehab Clinic  สร้างสระว่ายน้ำสุนัข ในรูปแบบของธาราบำบัดเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกในสุนัขที่ประสบปัญหาในเรื่องของกระดูกและข้อ โดยเฉพาะในรายของข้อสะโพกห่าง  ( Hip dysplasia )  ในศ่าสตร์ของ Hydrotherapy นั้น ร.ต.อ. สพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์ ได้เข้าอบรมในเรื่องการฟื้นฟูทางน้ำที่ประเทศอังกฤษ และนำกลับมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เพื่อรองรับการดูแลหลังการผ่าตัดในสัตว์ที่มีการหักของกระดูก และต้องการสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ และถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีโดยเฉพาะในสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวมาก และส่งผลที่ดีตามมาในเรื่องการลดน้ำหนัก และในปี พ.ศ. 2549  ได้นำการเดินสายพานในน้ำ  ( Underwater Trademill ) มาใช้ร่วมกับการว่ายน้ำ รวมถึงเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าลดความเจ็บปวด และทำให้การหายของแผลดีขึ้นด้วย Class 4 K- Laser  และ เครื่องนวดอัลตร้าซาวน์ที่มีเครื่องกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้ออยู่ในเครื่องเดียวกัน พ.ศ. 2546  การผ่าตัด Total Hip Replacement เป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4  ถือเป็นการเริ่มต้นครั้งแรกของวงการสัตวแพทย์ในประเทศไทย ทำการเปลี่ยนหัวกระดูกสะโพกในสุนัขพันธุ์ golden ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พ.ศ. 2547  Vet4 Pets save Pets  การนำเข้าสุนัขพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เกรย์ฮาวน์จากประเทศออสเตรเลีย ในยุคนั้น พบว่าสุนัขที่ต้องเสียชีวิตมักมีสาเหตุมาจากภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะการติดเชื้อพยาธิในเม็ดเลือดที่มีเห็บเป็นตัวนำโรค การเกิดภาวะโลหิตจางอาจเกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือในรายเนื้องอกโดยเฉพาะที่ม้าม ที่ต้องรีบทำการผ่าตัดเอาม้ามออก  หรือในเคสที่ประสบอุบัติเหตุและต้องการเลือดเร่งด่วน  การได้รับเลือดจากผู้บริจาคจึงเป็นการไขคำตอบสู่การมีชีวิตใหม่ต่อไป เนื่องจากเกรย์ฮาวน์มีกรุปเลือดที่เป็น universal group สามารถช่วยชีวิตสุนัขได้เกือบทุกตัวในภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดความไม่เข้ากันของเลือดต่ำสุด พ.ศ. 2548  Vet4 Imaging Clinic  ให้ความสำคัญในด้านของรังสีวิทยา การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ Echocardiography และการตรวจ CT scan, MRI โดยร่วมกับศูนย์อิมเมจจิ้งเซ็นเตอร์ในคนที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลสัตว์ และในปัจจุบันการถ่ายภาพทางรังสีวิทยาเป็นระบบดิจิตอลทั้งหมด พ.ศ. 2550  Vet4 Dental Clinic  เริ่มงานบริการทางด้านทันตกรรม โดยปัจจุบันมีทีมสัตวแพทย์ที่สนใจทางด้านช่องปากให้บริการแก่เจ้าของสัตว์ รวมถึงการอุดฟันและการดูแลโรคเหงือก และในกลางปีนี้ จะมีการให้บริการการรักษารากฟัน ในรายที่มีฟันผุโดยไม่จำเป็นต้องถอนฟันออกไป พ.ศ. 2553  Vet4 to community เริ่มกิจกรรมตอบแทนสู่สังคมเป็นครั้งแรก โดย โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 ร่วมกับครูและนักเรียนสัตวแพทย์จาก Vet school of university of Pennsylvania ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในชื่อ  " โครงการ ธอส. ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง " ในการออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ในการทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แนะนำการดูแลสุขภาพทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่ผ่านมา ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตาก เชียงใหม่ กระบี่ และกำลังจะเดินทางไปจังหวัดจันทบุรีในปี 2558  กิจกรรมนี้บรรลุผลสำเร็จด้วยดีตลอดมา และจัดเป็นประจำทุกปีในเดือนมิถุนายนของทุกปี และสืบเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ในปัจจุบัน  พ.ศ. 2554  Vet4 Mobile Clinic การออกแบบรถพยาบาลสัตว์เคลื่อนที่คันใหญ่ด้วยรถ 6 ล้อ ภายในรถพยาบาลมีโต๊ะผ่าตัด และเครื่องดมยาสลบกาซ สามารถร่วมใช้ในการออกกิจกรรมเพื่อสังคมกับสัตวแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกและมีความปลอดภัยในขณะทำการผ่าตัด เช่น เดินทางไปช่วยรักษาสุนัขจรจัดที่ถูกลักลอบส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่สกลนคร และนครพนมและการออกหน่วยร่วมกับสัตวแพทย์จากยูเพน เพื่อช่วยเหลือสังคมเป็นประจำทุกปี พ.ศ. 2554  เปิดตึก OPD ใหม่ทางด้านหน้าอีกครั้ง โดยการออกแบบให้มีความโปร่ง อากาศภายนอกสามารถเข้าถึงได้ โดยดีไซน์เป็นหลังคาผ้าใบ ไม่ต้องติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อเป็นหนึ่งในแนวความคิดของการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน พ.ศ. 2554  Vet4 Cat Clinic ให้บริการแก่ลูกค้าที่เลี้ยงแมว นำทีมสัตวแพทย์โดย รศ. สพ.ญ. พรรณจิตต์ นิลกำแหง และสัตวแพทย์ประจำ เพื่อช่วยในการรักษาโรคแมวได้ทั้งในโรคทั่วไป โรคจากไวรัสและการเกิดเนื้องอกต่างๆในแมว ที่ต้องมีการรักษาทางเคมีบำบัด สามารถช่วยยืดชีวิตของแมวได้ยาวนานขึ้น พ.ศ. 2555  Vet4 Onco Clinic การรักษาทางเนื้องอก โดยมีทีมสัตวแพทย์ทั้งทางด้านพยาธิวิทยา และการรักษาทางเคมีบำบัด โดย สพ.ญ. สุปรียา ศรีสัมพันธ์ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ทางศัลยกรรม ที่จะช่วยให้สัตว์ที่ประสบโรคร้ายดังกล่าวมีแนวทางเลือกมากขึ้น แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยยืดเวลาและแนะนำการดูแลตัวสัตว์ให้แก่เจ้าของเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของสัตว์นั้นดีขึ้นตามหลักการของ animal welfare พ.ศ. 2557  Vet4 Skin Clinic การรักษาโรคผิวหนัง นำทีมโดยสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์งานด้านการรักษาผิวหนังจากสหรัฐอเมริกามากว่า 10 ปี โดย สพ.ญ. เลอเพ็ญ ดวงแก้ว ผู้มาต่อยอดการรักษาในการให้บริการด้านภูมิแพ้ การทำ skin test และนำผลิตภัณฑ์การรักษาทางยาและแชมภู ที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อนในประเทศไทย เข้ามาใช้ในการรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังเป็นครั้งแรก ความสำเร็จ รางวัลสูงสุดที่ได้รับในการเป็นสัตวแพทย์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติในชีวิตของผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  โดย น.สพ. ชัยพร ผลสุวรรณ์ ได้รับรางวัล "จรัล สืบแสง" จากสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ในปี พ.ศ. 2551 และสพ.ญ.อารยา ผลสุวรรณ์ ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขา วิชาชีพอิสระ ในปี พ.ศ. 2554 จากสมาคมนิสิตเก่าคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกวันที่เดินมาถึงจุดนี้ ยังไม่เคยคิดว่าเราประสบความสำเร็จ เพราะถ้าคิดเช่นนั้นเราจะหยุดนิ่ง หลงใหลได้ปลื้มแต่กับอดีตที่ผ่านมา และถอยหลัง เพราะในโลกแห่งความจริง เราต้องเก็บเกี่ยวและแสวงหาต่อไปเรื่อยๆ สิ่งใดที่เราทำเองไม่ได้ เราก็ต้องสร้าง ทั้งการสร้างคนมาทำแทนเรา หรือการหาคนที่มีความรู้และความสามารถ และที่สำคัญที่สุดที่สัตวแพทย์มักขาดแคลน คือความรู้ความสามารถในการบริหารและการจัดการ Management  หากสัตวแพทย์ที่ทำงานด้านบริการ ขาดความเข้าใจในธุรกิจงานบริการ การสื่อสารกับลูกค้าย่อมเป็นอุปสรรคในงานอาชีพ เพราะงานบริการเป็นงานที่ต้องการคนทำงานที่มีใจรักในงานที่ทำ มีสปิริตเต็มร้อยหรือบางคนเกินร้อย ต้องทำให้ลูกค้าพึงพอใจและกลับมาใช้บริการเราอีก ดังนั้นจึงเป็นงานที่ต้องทุ่มเท ละเอียด สร้างสรร ฉับไว ใส่ใจ อดทนและเสียสละ การที่เราจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ในทุกอาชีพคงหนีไม่พ้นการทำงานหนักและการทุ่มเทของตัวเราเอง  ไม่มีใครในโลกที่ได้บางสิ่งมาโดยนั่งอยู่เฉยๆ คนที่พยายามมากย่อมต้องได้มากกว่า  แม้พรสวรรค์จะมีจริง แต่คงไม่เกิดประโยชน์ถ้าคนนั้นไม่ใช้มัน และต้องมีพรแสวงในตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญหลักสูตรการศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่เคยมีหลักสูตรใดที่จะสอนว่าเราจะก้าวผ่านความล้มเหลวได้อย่างไร สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้เราก้าวพ้นความล้มเหลวได้ ก็คือประสบการณ์ของเราเอง เมื่อนั้นแหละ เราจึงจะเชื่อว่าเราประสบความสำเร็จแล้วอย่างแท้จริง....... ข้อคิด ฝากถึงรุ่นน้องสัตวแพทย์ที่มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ว่า....  จงอย่าได้กลัวที่จะล้มเหลว อย่าได้เกรงกับอุปสรรคที่กีดกั้นเรา อย่าได้เป็นเพียงบัณฑิตมหาวิทยาลัยที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แต่ขอให้เรากลายเป็นบัณฑิตนักแก้ปัญหาและทำงานได้ทุกสถานการณ์  
การดูแลแมวสูงอายุ
ข้อควรพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับแมวที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป ถือว่าเป็นผู้สูงอายุ  เจ้าของแมวควรเอาใจใส่ดูแลสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ไม่สายเกินแก้ไข และแมวเหมียวจะได้อยู่กับเราต่อไปอีกนานๆ   เมื่อแมวมีอายุมากขึ้นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?? 1.               โรคข้อเสื่อม – ส่งผลให้แมวมีกิจกรรมต่างๆน้อยลง  เกิดอาการข้อยึดและข้อเสื่อมมากขึ้น เริ่มไม่อยากเดิน หรือแสดงอาการเจ็บปวดให้เห็น 2.               ออกกำลังกายน้อย – ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็ลดลง  ความสามารถในการกระโดด ปีนป่ายหรือทำกิจกรรมอื่นๆจะลดลง “แมวที่มีการออกกำลังกายน้อยลง มีความต้องการพลังงานลดลงมากกว่า 40%” 3.               โรคอ้วน – เมื่อออกกำลังกายน้อยลงแต่ความอยากอาหารยังเท่าเดิม อาจทำให้แมวเป็นโรคอ้วน และนำพาให้มีโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆตามมา 4.               เบื่ออาหาร – อาจเกิดในแมวบางตัว เพราะประสาทการรับกลิ่นและรสชาติเสื่อมลงตามอายุ ทานอะไรก็ไม่อร่อย เจ้าของต้องเอาใจใส่ สรรหาอาหารที่ไม่ซ้ำไปจากเดิม และให้ทานวันละหลายครั้งมากขึ้น 5.               โรคในช่องปาก – เป็นโรคที่พบได้บ่อย และส่งผลให้แมวเบื่ออาหาร เพราะการเกิดโรคเหงือกอักเสบ คราบฟันหรือหินปูน เหล่านี้ย่อมส่งผลต่อฟัน ทำให้เกิดการอักเสบในช่องปาก พอเคี้ยวอาหารจะมีอาการเจ็บปวดฟัน ทำให้ไม่อยากจะทานอาหารเพราะเคี้ยวแล้วเจ็บ จึงเป็นเหตุให้แมวทานได้น้อยลง หรือบางตัวไม่ยอมทานเอาเลย 6.               ระบบทางเดินอาหาร – การทำงานและดูดซึมอาหารน้อยลง เมื่อการดูดซึมน้อยลง  ย่อมส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร บางตัวท้องเสีย บางตัวท้องผูก หากเป็นเรื้อรังจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงเรื่อยๆ ทั้งที่บางตัวก็ยังทานเก่งหรือทานได้ปกติ กลับไม่อ้วนแต่ยังผอมลง ระดับโปรตีนในร่างกายต่ำ โดยเฉพาะค่าอัลบูมินในเลือด 7.               ตับ ไต และระบบต่อมไร้ท่อเสื่อมลง  ส่งผลให้ค่าซีรั่ม ที่ตับ ไต ผิดปกติโดยมีค่าเลือดสูงขึ้น เกิดการสะสมของเสียในเลือดมากขึ้น จนเมื่อถึงระดับเป็นพิษ ทำให้เกิดอาการตับวาย ไตวายให้เห็นอยู่บ่อยๆ 8.               กระหายน้ำน้อยลง – ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ และส่งผลให้เกิดโรคไต เนื่องจากการที่ร่างกายได้รับสารน้ำไม่เพียงพอ เมื่อไตขาดน้ำ ทำให้เกิดภาวะของโรคไตวายตามมา อาจเป็นได้ทั้งแบบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน ดังนั้นจึงควรหมั่นพาแมว ไปรับการตรวจเลือดค่าไต เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจาดสีตวแพทย์ เพื่อหาทางแก้ไขป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไป อายุที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทางยาของแมวหรือไม่??                 อายุที่เปลี่ยนไปย่อมส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญของยา เช่นโรคตับ โรคไต  ภาวะขาดน้ำเพียงน้อยนิดจะส่งต่ออัตราการขับยาออกให้ลดลงและเพิ่มความเข้มข้นของยาในระบบไหลเวียนเลือด ดังนั้นย่อมส่งผลให้มีแนวโน้มของการเกิดโรคตับ โรคไตตามมาได้ในโอกาสที่สูงมาก การกระตุ้นวัคซีนยังจำเป็นในแมวสูงอายุหรือไม่??                 ในแมวที่อายุมาก ย่อมส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยจะลดประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคต่างๆและทำให้ความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อต่างๆลดน้อยลงด้วย  อย่างไรก็ตามการกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกาย นอกจาการฉีดวัคซีนป้องกันประจำปีแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่และการใช้ชีวิตประจำวันของแมว เช่น การไม่หนีออกนอกบ้าน สมาคมแมวแมวว่าเป็นในระดับใด สิ่งต่างๆเหล่านี้สัตวแพทย์ควรจะช่วยการวางแผนและการจัดการโปรแกรมวัคซีนอย่างรัดกุม โดยพิจารณาความเสี่ยงในการสัมผัสโรคของแมวแต่ละตัวตามความเหมาะสม หรือในแหล่งที่มีแมวอยู่หนาแน่น มีโอกาสติดต่อโรคได้ง่าย หากการป้อนยาทำให้แมวเครียดควรป้อนต่อหรือไม่??                 ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการให้ยา  แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่การให้ยาน้ำป้อนปากเป็นเรื่องที่ทำยาก หากยาตัวใดหลีกเลี่ยงยาน้ำไม่ได้ การให้ยาควรเป็นไปด้วยความระมัดระวัง โรคที่พบบ่อยในแมวสูงอายุ                 โรคอ้วน  โรคในช่องปาก  โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ  โรคไต  โรคตับ  โรคหัวใจ  เนื้องอกและมะเร็ง  โรคที่เกิดจากการติดเชื้อต่างๆ  โรคข้อเสื่อม ควรทำอย่างไรให้แมวที่เลี้ยงอยู่มีความสุข??                 จัดที่นอนที่สบายและอบอุ่นให้แมวนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ  ให้อาหารที่มีคุณภาพสูงและย่อยง่าย มีน้ำสะอาดให้ดื่มตลอดเวลา  แมวบางตัวระบบขับถ่ายเสื่อมลงดังนั้นควรมีกระบะทรายเพิ่มให้ในส่วนต่างๆของบ้านและที่สำคัญไม่ควรใช้กะบะทรายร่วมกันหลายๆตัว โปรแกรมจัดการสุขภาพของแมวสูงอายุสำคัญหรือไม่??                 โปรแกรมจัดการสุขภาพจะช่วยให้แมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะจะมีการวางแผนดูแลตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่หลงลืม ส่วนมากโรคที่เป็นเรื้อรัง จะค่อยๆพัฒนาความรุนแรงยิ่งตรวจพบเร็วก็จะช่วยชะลอโรคและยืดระยะเวลาอันมีค่าของแมวที่คุณรัก  ดังนั้นควรพาแมวสูงอายุมาตรวจตรวจสุขภาพทุกๆ 6 เดือน                  โปรแกรมการตรวจเช่น การตรวจร่างกายทั่วไป  การตรวจเลือดและปัสสาวะ  การตรวจความผิดปกติของช่องอกและช่องท้องด้วยการx-ray  ควรมีการจดบันทึกน้ำหนักของแมวทุกครั้ง และการกระตุ้นวัคซีนอาจพิจารณาตามการเลี้ยงว่าเป็นแบบใด ในกรณีที่ยังมีการเลี้ยงปล่อยยังมีการออกนอกบ้าน การให้วัคซีนเป็นประจำโดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้า ย่อมมีความสำคัญและจำเป็นทั้งแก่ตัวแมวและสมาชิกในครอบครัวของท่านที่สัมผัสใกล้ชิดกับเขา                 แมวสูงอายุควรได้รับความเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพ  เมื่อตรวจพบความผิดปกติที่เกิดในขั้นต้น ไม่ควรปล่อยปละควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโดย เร็วที่สุด  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในภายหน้า มีชีวิตที่ดีและอยู่ในครอบครัวของเราต่อไปให้นานๆ                 หมั่นเทคแคร์ดูแลสัตว์เลี้ยง ด้วยความปรารถนาดีจาก คลินิกโรคแมว โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4
เตรียมตัวน้องเหมียว...เที่ยวรับลมร้อน
 เตรียมตัวน้องเหมียว...เที่ยวรับลมร้อน   ใครเคยพาแมวออกไปเที่ยวนอกบ้านกันบ้างครับ หากคุณกำลังเตรียมตัวจะไปพักร้อนแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรกับแมวที่บ้านดี ทิ้งไว้ก็เป็นห่วง จะเอาไปฝากไว้ที่อื่นก็กลัวแมวจะเครียด  สุดท้ายตัดสินใจจะพาน้องเหมียวไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร  ผมมีทางออกให้ครับ กับ 4 ขั้นตอนง่ายๆในการเตรียมตัวพาแมวไปเที่ยว เพื่อให้คุณและเค้าได้มีประสบการณ์ดีๆร่วมกัน … เรามาร่วมวางแผนวันหยุดสุดวิเศษกันเลยดีกว่าครับ   ขั้นที่ 1 กางเกราะป้องกันโรค ไปเที่ยวทั้งที คงไม่อยากได้ขอแถมเป็นโรคอะไรกลับมาใช้ไหมครับ  ตรวจสอบสมุดวัคซีนของแมวคุณที่บ้านให้ดีว่ามีวัคซีนอะไรที่จำเป็น แล้วยังไม่ได้ทำบ้าง  รวมถึงควรหยอดยาป้องกันหมัดให้น้องเหมียวสุดรักของเราด้วย  สำคัญที่ลืมไม่ได้หากแมวของคุณมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน คุณควรต้องเตรียมยาของเค้าให้พร้อม และหากเป็นการเดินทางไกล อย่างลิมแวะเวียนไปหาสัตวแพทย์ประจำตัวให้ตรวจสุขภาพก่อนออกเิดินทางนะครับ   ขั้นที่ 2 เตรียมพร้อมกับการเดินทาง ปัญหาแมวเมารถพบได้น้อยกว่าในสุนัขมาก ดังนั้นปัญหาส่วนใหญ่ในการเดินทางจึงเป็นอาการตื่นกลัวเวลาขึ้นรถหรือขึ้นเครื่องบิน  ยิ่งต้องแยกจากเจ้าของไปอยู่เพียงลำพัง ยิ่งตกใจหนัก การให้ยาคลายความกังวลหรือยาซึมจึงช่วยได้มาก หากแมวตื่นตกใจง่าย  แต่คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้ยา โดยเฉพาะในแมวที่อายุมากหรือมีปัญหาเรื่องสุขภาพ  การบำบัดอาการตื่นกลัวการเดินทางในแมวสามารถทำได้หลายวิธี ถ้าอาการตื่นกลัวยังมีน้อยและเจ้าของจะเดินทางโดยรถส่วนตัวผมแนะนำตามนี้ครับ   -       ===สร้างเงื่อนไขทางความคิดบวก กับกระเป๋าหรือกรงที่ใช้ในการเดินทาง โดยใส่ขนม หรือของเล่นที่แมวชอบไว้ในกรง เปิดฝากรงทิ้งไว้ ให้แมวจะเข้าหรือออกกรงเมื่อไหร่ก็ได้อย่างอิสระ ถ้าแมวเริ่มคุ้นเคย ค่อยปิดฝากรงหรือกระเป๋าเป็นช่วงเวลาสั้นๆในระหว่างที่แมวกำลังสนใจกับขนมหรือของเล่นที่อยู่ในกรง ระยะเวลาที่ปิดฝาจะค่อยๆเพิ่มขึ้นวันละนิด -       ===หาจุดที่แมวกลัว ในการเดินทาง เช่น หากแมวเริ่มออกอาการกลัวตั้งแต่เจ้าของเริ่มสตาร์ทรถ ให้เจ้าของลองฝึกเอากระเป๋าแมวเข้ารถในขณะที่รถจอดอยู่ในโรงจอดรถเฉยๆโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง พ่นกลิ่นฟีโรโมนสังเคราะห์ไว้ในรถสัก 2 ถึง 3 นาที ก่อนที่จะยกกระเป๋าขึ้นรถ ยกลงจากรถในเวลาไม่นานก่อนที่แมวจะเกิดอาการเครียด ค่อยๆเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้นวันละนิด -       ===เริ่มสตาร์ทรถ ลองสังเกตอาการของแมวดู หากเริ่มเกิดความเคยชินลองขับรถถอยหน้าถอยหลังเป็นระยะทางสั้นๆก่อนจะยกกระเป๋าออกจากรถ  การฝึกในครั้งหลังๆให้ลองขับรถออกจากบ้านเป็นระยะทางสั้นๆ ค่อยๆเพิ่มระยะทางในการเดินทางให้มากขึ้นในการฝึกแต่ละครั้งจนแมวเกิดความเคยชินและไม่ตื่นกลัวกับการเดินทาง -       ===ในการเดินทางจริงอย่าลืมเตรียม ขนม ของเล่น และฟีโรโมนสังเคราะห์ไว้ เพราะจะช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลายในขณะเดินทางได้มากทีเดียว     “ข้อตกลงที่สำคัญที่สุดในการพาแมวไปเที่ยวโดยเฉพาะแมวที่ตื่นกลัว คือ เจ้าของห้ามเปิดกรงหรือกระเป๋าสำหรับการขนย้ายระหว่างการเดินทางอย่างเด็ดขาด”  แมวที่กำลังตื่นกลัวอาจตัดสินใจกระโดดออกทางหน้าต่างรถ หรือกระโดดออกมาจากกระเป๋าระหว่างกำลังลำเลียงขึ้นเครื่องบินได้ หากต้องการปลอบแมวแนะนำแค่เอามือยื่นเข้าไปในกรงแล้วเรียกชื่อแมวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเพื่อให้แมวรู้สึกสงบ  หากเจ้าของต้องการเอาแมวออกจากกรงตอนอยู่ในรถก็ห้ามเปิดกระจกหน้าต่างโดยเด็ดขาด เพราะขณะเดินทางอาจมีเสียงจากภายนอกรบกวนให้แมวตื่นตกใจได้ตลอดเวลา และห้ามปล่อยแมวมานั่งอยู่กับคนขับขณะรถวิ่งเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน   ตรวจสอบสภาพกรงหรือกระเป๋าเดินทางว่ามีความแน่นหนาแข็งแรงพอ เตรียมชามสะอาดไว้ 2 ใบ ใบหนึ่งไว้ใส่น้ำอีกใบไว้ใส่อาหาร กรงควรโปร่งและระบายอากาศได้ดีและแมวควรอยู่ในห้องโดยสารที่มีแอร์เช่นเดียวกันคุณ เพราะอากาศที่บ้านเราที่ร้อนจัดอาจทำให้แมวป่วยได้      หากคุณกำลังจะเดินทางโดยเครื่องบินแนะนำว่าคุณควรซื้อตั๋วประเภทที่อนุญาตให้นำแมวไว้กับคุณในห้องโดยสารได้ สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้สัตว์ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม อยู่ในห้องโดยสารร่วมกับเจ้าของได้แต่ต้องมีการติดต่อไว้ล่วงหน้า  แมวที่ได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าของจะมีความเครียดในการเดินทางน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับแมวที่เดินทางโดยถูกนำไปรวมกับสัมภาระ  ส่วนกรณีที่อยากพาแมวไปเที่ยวต่างประเทศต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนครับ เพราะในแต่ละประเทศมีเงื่อนไขการอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศที่แตกต่างกัน เช่น ใบรับรองสุขภาพ ใบรับรองการฉีดวัคซีน ไมโครชิป หรือบางประเทศก็ต้องให้ทำการตรวจเลือดก่อน   ขั้นที่ 3 กล่องหลบภัยในบ้านพักตากอากาศ เมื่อคุณถึงโรงแรมหรือบ้านพักตากอากาศ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ สังเกตพฤติกรรมของแมว   แมวที่อยู่ในอาการเครียดเพราะไม่คุ้นเคยกับสถานที่มักจะออกอาการไปไม่เป็น คือจะ นิ่งๆ เฉยๆ เงียบๆ และไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่  แต่หากแมวรู้สึกสบายใจและไม่เครียดแล้ว มักจะเริ่มเดินออกไปหาเจ้าของ หรือสำรวจบ้านพักในทันที  ถึงตรงนี้หากเราให้สักพักแล้ว แมวเรายังเหมือนถูกสต็าฟ นิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน หรือกลับกลายเป็นว่าหมุดหลยไปใต้ตู้ ใต้เตียง ซึ่งจะจับแต่ละที ก็แสนลำบาก ผมแนะนำทางออก คือ การสร้างกล่องหลบภัยครับ เพียงแค่เอาหลังกระดาษมาเจาะเป็นช่องให้แมวเข้าได้ เท่านี้น้องเหมียวก็จะรู้สึกอุ่นใจ โดยที่เราไม่ต้องไปมุดไปงม แมวมาจากใต้เตียง ถึงตอนนี้ก็คงได้แต่ รอร้อรอครับ  จัดชามน้ำ ชามอาหาร กระบะราย รอไว้เลย  เมื่อแมวเค้ารู้สึกสบายใจ เค้าก็จะออกมาหาคุณเอง     ขั้นที่ 4 อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอๆในระหว่างการพักร้อน การปฐมพยาบาลแมวเบื้องต้นเป็นสิ่งที่เจ้าของควรต้องรู้ครับ  เพราะอุบัติเหตุต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่คุณและแมวกำลังพักร้อน ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยๆ เช่น   สารพิษ : เนื่องจากบ้านพักไม่ใช่บ้านที่เราอยู่ประจำ จะมีอะไรต่อมิอะไรทิ้งไว้บ้างก็ไม่รู้ หากคุณพบแมวอยู่ในอาการน้ำลายไหล นอนซึมควรรีบโทรปรึกษาสัตวแพทย์ในทันที สารพิษบางประเภทหากเพิ่งได้รับมาไม่เกินชั่วโมง เราสามารถกระตุ้นให้แมวอาเจียนออกมาเพื่อลดปริมาณสารพิษที่จะดูดซึมเข้าร่างกายได้  วิธีการกระตุ้นให้อาเจียนที่ปลอดภัย คือ การใช้โซเดียมคาร์บอเนต ที่เค้าใช้ล้างผักผลไม้ ป้อนให้แมวกิน 1 เกล็ด  สักพักแมวก็จะอาเจียนออกมาครับ แต่ต้องทำเฉพาะในแมวที่ยังมีสติและยังไม่ซึมมากเท่านั้นครับ เพราะไม่อย่างนั้นแมวอาจสำลักสิ่งที่อาเจียนออกมาลงปอดจนเป็นอันตรายได้  หลังปฐมพยาบาลควรรีบนำส่งโรงพยาบาลในทันที การป้องกันที่ดีที่สุด คือ เมื่อถึงบ้านพัก  คุณควรเดินสำรวจไปทั่วๆก่อน ว่าในห้องครัว ห้องนั่งเล่น ผู้พักเดิมวางอะไรทิ้งไว้หรือไม่ หรือมีการวางยาเบื่อหนูในบ้านหรือเปล่า เราจะได้เก็บทิ้งให้หมดก่อนปล่อยแมว   แมลงสัตว์กัดต่อย : ตัวต่อจะไม่ฝังเหล็กในไว้ ในขณะที่ถ้าเป็นผึ้งเหล็กในจะฝังอยู่ที่ผิวหนัง หากมองเห็นเหล็กในให้พยายามคีบออก พิษตัวต่อมีฤทธิ์เป็นด่าง จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้โดยใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเช็ดบริเวณที่ถูกต่อยเพื่อไปลดความเป็นด่างของพิษ แต่หากเป็นผึ้งพิษจะเป็นกรดแนะนำให้ใช้ Baking Soda ผสมน้ำเช็ดแผล   บริเวณที่ถูกต่อยมักจะมีอาการบวมอักเสบตามมา ควรโทรปรึกษาสัตวแพทย์ประจำตัวเพื่อพิจารณาใช้ยาแก้แพ้เพื่อลดอาการบวม หากถูกต่อยที่บริเวณใบหน้า หรือลำคอควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจบวมจนหายใจไม่ออก   จมน้ำ : พบได้บ้างที่แมวจะพลาดตกไปในถังเก็บน้ำหรือสระน้ำ ธรรมชาติของแมวจะสามารถว่ายน้ำได้ แต่ถ้าหมดแรงเมื่อไหร่ก็มีสิทธิจมน้ำได้เหมือนกัน  หากแมวตกน้ำให้เจ้าของรีบดึงแมวขึ้นจากน้ำทันที ถ้าสำลักน้ำให้จับแมวห้อยหัวลงเพื่อให้น้ำบางส่วนที่สำลักเข้าไปออกมาทางปาก จากนั้นวางแมวบนพื้นราบแล้วเช็ดตัวแรงๆเพื่อกระตุ้นการหายใจ หากแมวยังไม่กลับมาหายใจเจ้าของจำเป็นต้องช่วยผายปอดแล้วรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว   เท่านี้คุณก็สามารถไปเที่ยวกับน้องเหมียวตัวโปรดที่บ้านได้โดยสวัดดิภาพแล้วนะครับ หน้าร้อนนี้ ขอให้ทั้งคุณและน้องเหมียว เที่ยวกันอย่างมีความสุขนะครับ   เอกสารอ้างอิง 1. BSAVA Manual of Canine and Feline Behavioural Medicine, Debra F.Horwitz and Daniel S.Mills, 2009. 2.Travel-Related Problems : canine and feline, 5 minute Canine and Feline Behavior, Debra F.Horwitz & Jacquelie C.Neilson, 2007. 3. Essential Cat : The ultimate owner’s guide to caring for your cat and kitten, Caroline Davis, 2007.