ถ่ายทำรายการ Pets Lovers คนรัก< สัตว์เลี้ยง
วันที่ 7 ตุลาคม 2557 โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทนย์ 4 ได้รับเกียรติจาก สพ.ญ.สุปรียา ศรีสัมพันธ์ สัตวแพทย์คลินิกเนื้องอกและโรคแมว vet4 มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่อง โรคเนื้องอกและโรคแมวอ้วน เพื่อเผยแพร่ใน รายการ Pets Lovers คนรักสัตว์เลี้ยง รายการจะนำเทปไปใช้ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 12 / 19 ตุลาคม 2557 ทางช่อง TST5 ระบบ C-BAND และ KU – BAND, ดาวเทียมไทคม, เคเบิ้ลท้องถิ่นทั่วประเทศ หรือชมออนไลน์ได้ที่ www.mvtv.co.th
พบกับคลินิกโรคผิวหนังและโรคภูมิแพ้
 คลินิกโรคผิวหนังและภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง   VET 4 SKIN CLINIC    ให้บริการรักษาโรคผิวหนัง และโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง  โดยสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ ถึง 2 ท่าน  สพ.ญ. เลอเพ็ญ ดวงแก้ว   สัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการรักษาโรคที่อเมริกา มากว่า 16 ปี   และ สพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์  สัตวแพทย์ประจำ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4   เริ่มเปิดบริการให้เต็มรูปแบบวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557  ท่านสามารถโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ทุกวันที่เบอร์  02-953-8085-6   (คลินิกพิเศษ รับเฉพาะเคสที่มีนัดหมายเท่านั้น) คลินิกผิวหนัง                         วันจันทร์  อังคาร  ศุกร์  เสาร์  เวลา 9.00-12.00 น. คลินิกผิวหนังและภูมิแพ้           วันอาทิตย์  เวลา 12.00-20.00 น.  (สัปดาห์  เว้นสัปดาห์)
โครงการสมาร์ทฮาร์ท ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง” ครั้งที่ 1/2557
      VET 4 ได้รวบรวมภาพบรรยากาศในงานกิจกรรมเพื่อสังคม  “โครงการสมาร์ทฮาร์ท ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง” ครั้งที่ 1/2557 เพื่อมาให้ได้ชมกันครับ   Vet4 สืบเนื่องงานกิจกรรมเพื่อสังคมในการรณรงค์การทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ร่วมกับสัตวแพทย์ จาก มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เมื่อวันที่ 5-6 มิถุนายน 2557  ที่เทศบาลตำบลลำลูกกา ปทุมธานี และวันที่ 9-11 มิถุนายน 2557   วัดแก้วโกรวาราม อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่  กิจกรรมที่มีในงาน ได้แก่ การตรวจสุขภาพสุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า  ตรวจอัลตร้าซาวน์ช่องท้อง ผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ตรวจเลือด และหยดยาป้องกันเห็บหมัด และ ยากินป้องกันพยาธิหนอนหัวใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยสามารถทำหมันสุนัขและแมว รวมทั้งสิ้นจำนวน 130 ตัว และฉีดป้องกันพิษสุนัขบ้า รวมทั้งสิ้น 167 ตัว             และงานนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนดีๆ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานทั้งในภาครัฐและเอกชนจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้งานกิจกรรมดังกล่าวบรรลุความ สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ ขอขอบคุณผู้จัดการบริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จํากัด ขอขอบคุณบจก.กิสส์ มาร์เก็ตติ้ง ขอขอบคุณนายกเทศมนตรีตำบลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขอขอบคุณนายกเทศบาลเมืองกระบี่  จังหวัดกระบี่ ขอขอบคุณคณะครูและนักเรียน Vet School , University of Pensilvania และขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมดีๆ ครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ และสัญญาว่า Vet4 จะจัดกิจกรรมเพื่อน้องหมาน้องแมวเช่นนี้ในปีต่อๆ ไป   โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4
ภาวะไตวายเรื้อรังในสุนัข
  ภาวะไตวายเรื้อรังในสุนัข คลินิกโรคไต โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4   ไตของสุนัขมีหน้าที่อะไร?           ไตมีความสำคัญต่อร่างกายสุนัขหลายอย่าง หน้าที่หลักคือการขับของเสียในกระแสเลือด ควบคุมระดับเกลือแร่ในร่างกาย เช่น โพแทสเซียม และ โซเดียม รักษาน้ำและขับปัสสาวะ   ภาวะไตวายเรื้อรัง หมายถึงอะไร?             คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภาวะไตวายเรื้อรัง คือภาวะที่ไตหยุดทำงานและไม่สร้างหรือขับน้ำปัสสาวะ ในทางตรงกันข้ามความหมายของภาวะไตวายเรื้อรังคือการที่ไตสูญเสียความสามารถในการกรองเลือดเพื่อขับของเสียออก และผลิตน้ำปัสสาวะในปริมาณมากกว่าปกติ แต่ของเสียในเลือดกลับไม่ถูกขับออกมาด้วย   ภาวะไตวายเรื้อรังมักเกิดขึ้นเมื่อใด?                 ไตเป็นอวัยวะที่เมื่อได้รับการสูญเสียแล้ว เซลล์ในหน่วยไตไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาใช้งานได้ แต่ไตประกอบไปด้วยหน่วยไตย่อยๆที่ทำงานร่วมกันมากมาย ซึ่งสุนัขจะแสดงอาการของโรคไตวายเรื้อรังให้เห็นเมื่อหน่วยไตทั้งหมดได้รับความสูญเสียไปอย่างน้อย 2 ใน 3 ของทั้งหมด                 “ดังนั้นการทำลายของไตจะเกิดขึ้นเรื่อยๆนานเป็นเดือนหรือปีก่อนที่จะเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง”                 ในสุนัขภาวะไตวายเรื้อรังมีปัจจัยเกี่ยวเนื่องจากอายุ ซึ่งจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าก็มีปัจจัยจากขนาดของสุนัข โดยส่วนมากสุนัขพันธุ์เล็กอาการเริ่มแรกของไตวายเรื้อรังจะแสดงให้เห็นในช่วงอายุประมาณ 10 ถึง 14 ปี แต่สุนัขพันธุ์ใหญ่มักมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นกว่า ดังนั้นอาการไตวายเรื้อรังจึงแสดงให้เห็นเร็วกว่าในช่วงอายุประมาณ 7 ปี   สุนัขที่มีภาวะไตวายเรื้อรังจะมีอาการอย่างไร?                 เมื่อภาวะโรคหรืออายุที่มากขึ้นทำให้ประสิทธิภาพการกรองของเสียของหน่วยไตลดลง ร่างกายของสุนัขจะพยายามเพิ่มปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงไตให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองของเสียในกระแสเลือด ส่งผลให้ปริมาณน้ำปัสสาวะที่ขับออกมาเพิ่มมากผิดปกติ ผลที่ตามมาจากการขับปัสสาวะมากเกินผิดปกติคือภาวะแห้งน้ำ ซึ่งสุนัขจะแสดงให้เห็นว่าพยายามดื่มน้ำหรือกระหายน้ำมากขึ้น “ดังนั้นอาการเริ่มแรกของภาวะไตวายเรื้อรัง คือ กินน้ำเยอะ ปัสสาวะเยอะ” ซึ่งเรียกว่ากลไกการชดเชยของร่างกายจากภาวะของโรค ระดับของเสียในร่างกายจะขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และอาการของโรคจะเด่นชัดขึ้นเมื่อหน่วยไตสูญเสียไปประมาณ 2 ใน 3 อาการอื่นๆที่พบเห็นเมื่อโรครุนแรงมากขึ้น คือ เบื่ออาหาร ซึม อาเจียน ท้องเสีย ช่องปากมีกลิ่นรุนแรง และอาจพบแผลหลุมในช่องปาก   ภาวะไตวายเรื้อรังวินิจฉัยอย่างไร?             การวินิจฉัยขั้นพื้นฐานเพื่อประเมินการทำงานของไต คือ 1. ตรวจวินิจฉัยปัสสาวะ 2. ตรวจค่าเคมีในเลือด ค่าความถ่วงจำเพาะในปัสสาวะที่ต่ำผิดปกติเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของภาวะไตวายเรื้อรัง และระดับโปรตีนในปัสสาวะที่ถูกตรวจพบมากเกินปกติบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพการทำงานของไตที่ลดลง ส่วนการตรวจค่าเคมีในเลือดเพื่อประเมินการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆของร่างกาย เมื่อไตสูญเสียการทำงานจะตรวจพบว่า ค่าเคมีที่บ่งชี้ถึงของเสียในเลือด ที่มีชื่อเรียกว่า ค่ายูเรียไนโตรเจน (Blood Urea Nitrogen; BUN) และ Creatinine; CREA จะสูงขึ้น ซึ่งค่าเคมีในเลือด 2 อย่างนี้ที่เพิ่มขึ้นเรียกว่าภาวะ “Azotemia” การตรวจเลือดอื่นๆที่ช่วยในการวินิจฉัย เช่น ตรวจระดับโปรตีนอัลบูมิน โปรตีนโกลบูลิน โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส และ แคลเซียม รวมถึง ปริมาณจำนวนเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว ค่าเลือดอื่นๆเหล่านี้ช่วยในการพิจารณาถึงระดับความสูญเสียของไต รวมถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสม สุนัขที่ระดับของโรคอยู่ในขั้นที่ไตสามารถชดเชยการทำงานได้ มักพบว่าค่าของเสียในเลือด BUN และ CREA อยู่ในระดับปกติแต่ค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะต่ำผิดปกติ ดังนั้นระดับความรุนแรงของโรคสามารถประเมินได้เบื้องต้นดังนี้ 1.        พบเพียงค่าความถ่วงจำเพาะต่ำ (Low USpG) บ่งชี้ถึง หน่วยไตสูญเสียการทำงานไป 2 ใน 3 (67%) ของทั้งหมด ซึ่งการตรวจพบนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้เบื้องต้นที่พบได้เร็วที่สุดจากภาวะโรค 2.        ค่าความถ่วงจำเพาะปัสสาวะต่ำ และ มีภาวะ Azotemia บ่งชี้ถึงไตสูญเสียการทำงานไป 3 ใน 4 (75%) ของทั้งหมด 3.        ค่าความถ่วงจำเพาะปัสสาวะต่ำ และมีภาวะ Azotemia ร่วมกับระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงผิดปกติ บ่งชี้ว่าไตสูญเสียการทำงานประมาณ 83-87%   จะรักษาหรือชะลอความรุนแรงของภาวะไตวายเรื้อรังอย่างไร?             การรักษาภาวะไตวายเรื้อรัง จะพิจารณาจากค่าเลือดหรือการวินิจฉัยที่ตรวจพบ การรักษาอาจไม่เกิดผลสำเร็จหากไตถูกทำลายไปมากเกินก่อนที่จะถูกวินิจฉัยพบ อย่างไรก็ตามการได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นและการรักษาที่เต็มที่ สามารถยืดอายุของสุนัขได้เป็นเดือนหรือปี                 การรักษาส่วนมากถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง คือเริ่มจากการให้สารน้ำเพื่อช่วยขจัดหรือขับของสารเสียสารพิษที่สะสมในกระแสเลือด และการให้ยารักษาเพื่อจัดการและชะลอความรุนแรง   ในช่วงแรกของการรักษาประกอบด้วยอะไรบ้าง และผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาคืออะไร             ในช่วงแรกการให้น้ำเกลือในปริมาณที่มากพออย่างเหมาะสม เพื่อช่วยชะล้างและขับของเสียในเลือดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังช่วยชะลอหรือปรับการทำงานของหน่วยไตให้ดียิ่งขึ้น หากหน่วยไตที่เหลืออยู่มีเพียงพอหลังจากได้รับการรักษาช่วงแรกที่เหมาะสม ของเสียที่สะสมอยู่ก็จะสามารถขับออกได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้การรักษาด้วยน้ำเกลือ คือ การทดแทนสารน้ำ และเกลือแร่ต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะ โพแทสเซียม ส่วนการรักษาช่วงแรกอื่นๆที่สำคัญนั้น เช่น การปรับอาหารให้เหมาะสม การควบคุมอาการอาเจียนหรือท้องเสีย                 ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จากการักษาด้วยน้ำเกลือในช่วงแรก มี 3 รูปแบบ หลักๆ คือ 1.        ไตส่วนที่เหลือสามารถกลับมาทำงานและคงหน้าที่ต่อไปได้นานเป็นหลายสัปดาห์ ถึงหลายปี 2.        ไตสามารถคงการทำงานได้ขณะที่ทำการรักษา แต่เมื่อหยุดการรักษาก็กลับมาล้มเหลวอีกภายใน 1-2 สัปดาห์ 3.        ไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้อีกเลย อย่างไรก็ตามไม่มีการวินิจฉัยอะไรที่สามารถยืนยันหรือทำนายผลลัพธ์ของการรักษาได้ ดังนั้นทุกๆตัวควรได้รับ การรักษาอย่างเต็มที่และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เพราะสุนัขที่ผลการวินิจฉัยมีระดับความรุนแรงมาก อาจตอบสนองต่อการรักษาและไตส่วนที่เหลือสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติก็เป็นได้       สิ่งที่ควรทำหลังจากการรักษาในช่วงแรกผ่านไป คือ             การรักษาในช่วงถัดมานี้ จุดประสงค์เพื่อคงการทำงานของไตในส่วนที่เหลือให้ได้นานมากที่สุด โดยการรักษาจะแปรผันตามอาการของสุนัขแต่ละตัว ซึ่งประกอบด้วยการรักษาดังนี้                 การปรับอาหาร – อาหารที่เหมาะสมคือหนึ่งในการรักษาที่ได้ผลดีต่อสุนัขที่เป็นไตวายเรื้อรัง องค์ประกอบของอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการของอาหารโรคไต คือ โปรตีนต่ำ ฟอสฟอรัสต่ำ และไม่มีความเป็นกรด ระดับโปรตีนที่ลดลงเพื่อลดระดับของเสียยูเรียไนโตรเจนที่จะทำให้สุนัขเกิดอาการอาเจียน ป่วย เซื่องซึม นอกจากนี้ยังช่วยลดการทำงานที่หนักเกินไปของไตอีกด้วย นักโภชนาการได้ปรับสูตรอาหารต่างๆออกมาในรูปอาหารสำเร็จมากมาย เพื่อความเหมาะสมในแต่ละระยะของโรคไตวายเรื้อรัง                 ตัวจับฟอสฟอรัส – โดยปกติฟอสฟอรัสในกระแสเลือดจะถูกกรองและขับออกผ่านทางไต ดังนั้นเมื่อไตสูญเสียการทำงานก็ทำให้ฟอสฟอรัสสะสมในร่างกายสูงเกินปกติ ระดับฟอสฟอรัสที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เกิดอาการเซื่องซึม เบื่ออาหาร ดังนั้นการให้ยาจับฟอสฟอรัสจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยยาจะช่วยจับฟอสฟอรัสในอาหาร หรือทางเดินอาหารเพื่อลดการดูดซึมกลับสู่กระแสเลือด                 การให้น้ำเกลือที่บ้าน – เมื่อระดับอาการคงที่ สุนัขควรได้รับการให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังที่บ้านโดยเจ้าของเอง โดยความถี่ในการให้อาจ 2 ครั้งต่อวัน ถึง สัปดาห์ละครั้งตามความรุนแรงของค่าเลือด และยังช่วยป้องกันสุนัขจากภาวะแห้งน้ำ ช่วยขับของเสีย และคงระดับเกลือแร่ในร่างกาย                 การให้ยาควบคุมต่อมพาราไทรอยด์ และระดับแคลเซียมในเลือด – อัตราส่วนของแคลเซียม ต่อ ฟอสฟอรัสในเลือดควรอยู่ที่ 2:1 ผลกระทบจากภาวะไตวายเรื้อรังที่ทำให้ค่าฟอสฟอรัสเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต่อมพาราไทรอยด์ถูกกระตุ้นเพื่อเพื่มระดับแคลเซียมในเลือดให้คงอัตราส่วนเดิม โดยดึงแคลเซียมมาจากกระดูก ส่งผลกระทบให้กระดูกเกิดภาวะเปราะบางและหักง่าย ดังนั้นการให้ยา Calcitriol จะช่วยลดการทำงานของต่อมพาราไทรอยด์ และเพิ่มการดูดกลับแคลเซียมจากทางเดินอาหารสู่กระแสเลือดแทน อย่างไรก็ตามยานี้ควรใช้เมื่อมีการตรวจพบว่าการทำงานของต่อมพาราไทรอยด์มีการทำงานที่ผิดปกติไป                 ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงจากไขกระดูก – หน้าที่ปกติของไตคือผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่า erythropoietin (EPO) ซึ่งมีหน้าที่ไปกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้นการที่ไตสูญเสียหน้าที่การทำงานส่งผลให้ระดับฮอร์โมน EPO ลดต่ำลง ทำให้สัตว์เกิดภาวะโลหิตจาง  หรือจำนวนเม็ดเลือดแดงต่ำ การรักษาคือการให้ฮอร์โมน EPO สังเคราะห์เพื่อไปกระตุ้นไขกระดูก อย่างไรก็ตามสุนัขบางตัวไม่สามารถใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์นี้ในระยะยาวได้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายสุนัขตัวนั้นเข้าใจว่าฮอร์โมนสังเคราะห์ดังกล่าวคือสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย จึงผลิตแอนติบอดีมาต่อต้านและทำลาย ดังนั้นการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์นี้จึงแนะนำให้เริ่มในสุนัขที่มีภาวะโลหิตจางเรื้อรัง   สุนัขที่เป็นภาวะไตวายเรื้อรังจะอยู่ได้นานอีกเท่าไหร่?                 การพยากรณ์โรคแตกต่างกันไปตามการตอบสนองของสุนัขแต่ละตัวในช่วงการรักษาช่วงแรก และความสามารถในการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรักษาและการดูแลต่อเนื่องทำได้ไม่ยากและไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งแลกมากับผลลัพธ์ของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น              หมั่นเทคแคร์ดูแลสัตว์เลี้ยง  ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  
โรงพยาบาลที่เป็นที่รู้จัก "โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4"
      หนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิต น.สพ. ชัยพร และสพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4   คือ การเข้ามาศึกษาที่คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนิสิตของคณะสัตวแพทย์ฯ ในปีพ.ศ. 2521 และเป็นรุ่นที่ 42   ถือเป็นโชคดีของเราทั้งสองที่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่เล่าเรียนมาเพื่อประกอบอาชีพในสายงานสัตวแพทย์โดยตรงทางด้านสัตว์เล็ก เมื่อสำเร็จการศึกษาและทำการสมรส  นอกเหนือจากงานราชการประจำที่ทำอยู่ ได้ใช้เวลาในช่วงหลังเลิกงานเปิดกิจการรักษาสัตว์เล็ก และดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยมา จนในปัจจุบันชื่อกิจการเป็นที่รู้จักในนามของ .... "โรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4" ....  ในปี พศ. 2528   จากครอบครัว ที่บิดามารดารับราชการ ไม่เคยประกอบธุรกิจการค้าและไม่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจมาก่อน ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นการค่อยๆเติบโต ไม่มีความรู้ในด้านการบริหารมากนัก สถานที่เป็นที่ดินของครอบครัว ทำให้ไม่ต้องเสียค่าเช่า เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อเริ่มทำกิจการนี้ ช่วงแรกของการดำเนินกิจการรักษาสัตว์  โดยดัดแปลงสถานที่จากคลินิกเก่าเล็กๆของมารดาที่ทำอยู่เดิม จากคลินิกรักษาคนไข้ มาเป็นคลินิกรักษาสัตว์ ในชื่อของ "คลินิกสัตวแพทย์ 4" โดยตั้งอยู่ในย่านประชานิเวศน์  1  ถนนเทศบาลสงเคราะห์ จตุจักร กรุงเทพมหานคร และเปิดให้บริการรักษาสัตว์เฉพาะตอนเย็นในวันธรรมดาและปิดวันอาทิตย์เท่านั้น   การเริ่มต้นเปิดคลินิกเล็กๆ นอกจากจะทำให้เรามีงานทำแล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูวิชาชีพสัตวแพทย์ไม่ให้ลืมความรู้ที่เล่าเรียนมา จนเมื่อ 5 ปีแรก ผ่านไป คุณหมอทั้งสองจึงเริ่มลาออกจากงานราชการประจำ และเริ่มก้าวเข้าสู่งานการบริหารของธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์อย่างเป็นรูปเป็นร่างและเป็นจริงจังมากขึ้น ตั้งแต่ การย้ายสถานที่ประกอบการออกมาที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามติดถนนใหญ่ เพื่อให้คนผ่านไปมามองเห็นชัดเจนมากขึ้น มีการเปิดรับสัตวแพทย์เข้ามาช่วยงานเพิ่มขึ้นและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านสัตวแพทย์ควบคู่กันไป  จากกิจการจากคลินิกเล็กๆ ได้เติบโตมาเป็น สัตวแพทย์ 4 โพลีคลินิก และ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  ในปัจจุบัน สถานที่ประกอบการยังคงมีเพียงแห่งเดียวไม่มีการเปิดสาขา ธุรกิจของโรงพยาบาลสัตว์ถูกจดทะเบียนในชื่อของ "บริษัทโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 โพลีคลินิก จำกัด"  ปัจจุบันมีบุคคลากรในสายงานสัตวแพทย์ทั้งประจำและนอกเวลาประมาณ 30 คน และในสายงานธุรการฝ่ายสนับสนุน รวมแล้วทั้งสิ้นประมาณ 60 คน  ในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์  ฝ่ายบุคคลของสัตวแพทย์ 4 ได้ยึดถือตามระเบียบข้อบังคับของพนักงานโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 ที่ทำการจดทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานทุกคนที่ทำงานในสถานประกอบการนี้ ชื่อของ คลินิกรักษาสัตว์ ในชื่อของคลินิกสัตวแพทย์ 4 นั้น เลข 4 หมายถึงบ้านเลขที่ ที่ผู้เป็นบิดาของผู้เขียนตั้งชื่อให้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่กิจการของสถานประกอบการสืบไป เริ่มต้นที่มีวันนี้ นอกเหนือจากพระคุณของครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่สั่งสอนอบรมจนเราสามารถก้าวออกสู่โลกภายนอก และยังมีสัตวแพทย์อีกหลายท่านที่คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือ ท่านแรกที่ขอเอ่ยนามคือ ศ. น.สพ. ดร. มาริษศักร์ กัลล์ประวิทธ์ ที่เข้ามาช่วยสอนและแนะนำโดยเฉพาะในเรื่องของการผ่าตัด การวางยาสลบ ทำให้ สัตวแพทย์ 4 มีเครื่องดมยาสลบกาซเครื่องแรกใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532  เนื่องจากเห็นคุณประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยต่อชีวิตสัตว์ในขณะต้องผ่าตัดและวางยาสลบ จนถือได้ว่าคลินิกสัตวแพทย์ 4 เป็นสถานประกอบการรักษาสัตว์เอกชนแห่งแรกในประเทศไทยในขณะนั้นที่ใช้เครื่องดมยาสลบกาซ การต่อยอดองค์ความรู้ทางสัตวแพทย์  ภายหลังจบการศึกษา นอกเหนือจากการประชุมวิชาการทางสัตวแพทย์ในประเทศแล้ว เรายังให้ความสนใจกับความก้าวหน้าทางวิชาการในต่างประเทศ เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนและคุณหมอชัยพรมีโอกาสได้เข้าร่วมงานประชุมสัตวแพทย์นานาชาติ WSAVA ( World Small Animal Veterinary Association ) 1995 ( พ.ศ. 2538 )  ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยการนำทีมของรศ. น.สพ. ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ถือว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญผู้หนึ่งในการเปลี่ยนโฉมหน้าวงการสัตวแพทย์ในประเทศไทย ให้มีความตื่นตัวและก้าวทันอารยประเทศ และท่านเป็นผู้เริ่มต้นนำพาสมาคม VPAT เข้าเป็นสมาชิกของ WSAVA เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการสัตวแพทย์ไทย  และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ในปี 2003 ( พ.ศ. 2546 )  ประเทศไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการสัตว์เล็กในระดับนานาชาติ ( WSAVA ครั้งที่ 28 ) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และสืบเนื่องการนำความรู้ทางสัตวแพทย์ โดยมีการจัดประชุมในระดับนานาชาติมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุประสงค์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมและสังคม  โดยเฉพาะการผลักดันให้วงการสัตวแพทย์ในประเทศไทยมีความก้าวหน้าและเติบโตต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน  การนำความก้าวหน้าทางสัตวแพทย์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเพื่อปรับปรุงคุณภาพการรักษาสัตว์ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด  สิ่งใดที่ยังไม่มีให้บริการถือเป็นความขาดแคลน  ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงและวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่ต้องการนำสิ่งใหม่ๆในการรักษาสัตว์ให้เกิดมีขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ และการรักษาสัตว์  เพื่อนำพาให้เกิดความก้าวหน้าและทันสมัยอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยยึดมั่นในปฏิญญาวิชาชีพที่จะให้บริการการรักษาสัตว์อย่างมีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานทางสัตวแพทย์ เพื่อให้เจ้าของสัตว์ได้รับงานบริการที่เป็นเลิศและมีประสิทธิภาพสูงสุด การเติบโตในวิชาชีพ การมีโอกาสได้ร่วมทำงานให้กับวงการสัตวแพทย์ตั้งแต่เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้แก่ การเข้าเป็นกรรมการของสัตวแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ในสมัยของอาจารย์ ม.ล. อัคนี นวรัตน์ เป็นนายกสมาคมฯ และ กรรมการของสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ แห่งประเทศไทย ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และเปิดโลกทัศน์ต่อโลกภายนอก ได้รู้จักสัตวแพทย์ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ทำให้เรามีครูดีที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมวิชาชีพและมิตรแท้ การมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 การไปดูประกวด Cruft Dog Show ที่ประเทศอังกฤษ ทำให้นำสุนัขพันธุ์เชาเชาแท้จากอังกฤษมาเลี้ยง และฝึกฝนหัดทำการผสมเทียมสุนัขเชาเชาเป็นครั้งแรกในปี 2529 ที่สมัยนั้นการทำผสมเทียมยังไม่เป็นที่แพร่หลายจนสำเร็จ และเกิดลูกเชาเชาที่ผสมเทียมในประเทศไทย  ในปี พ.ศ. 2542 การเดินทางไปร่วมงานประชุม WSAVA ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น  ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทำให้เราได้เริ่มรู้จักสัตวแพทย์ที่เก่งๆมีความสามารถในหลายสาขา และสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจรพ.สัตว์ การส่งสัตวแพทย์ที่ทำงานประจำมีโอกาสได้เรียนต่อในคอร์สการศึกษาต่อเนื่อง เช่น PGF ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  การส่งเข้าร่วมในงานประชุมวิชาการสัตวแพทย์ในระดับโลก เช่น  NAVC (North American Veterinary Conference )  ที่เมืองออรันโด ประเทศสหรัฐอเมริกา   WAVC  ( Western American Veterinary Conference )  ประเทศสหรัฐอเมริกา   BSAVC ( Britain Small Animal Veterinary Conference ) WVDC ( World Veterinary Dermatology Conference) WOC  ( World Orthopedic Conference ) AAFP ( American Association of Feline Practitioners ) AO Vet Conference เป็นต้น การเดินทางไปต่างประเทศแต่ละครั้ง นอกจากการเข้าประชุมทางวิชาการแล้ว ยังมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมโรงพยาบาลสัตว์ที่ทันสมัยทั้งในญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถนำสิ่งที่ได้พบเห็นมาหลอมรวม และทำให้เกิดเป็นจริงได้ในประเทศไทย เช่น สระว่ายน้ำเพื่อธาราบำบัด การนำเข้าสุนัขเกรย์ฮาวน์จากประเทศออสเตรเลีย ในโครงการ Pets save Pets การผ่าตัดแก้ไขกระดูกหักด้วยการใช้ Hybrid Circular Ring  การทำผ่าตัดเปลี่ยนหัวกระดูกสะโพกครั้งแรกในประเทศไทย  รถพยาบาลขนาดใหญ่เคลื่อนที่ในกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นต้น จะเห็นว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปี ที่ดำเนินกิจการมาถึงปัจจุบัน  สามารถพัฒนาความรู้ทางสัตวแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง ให้แก่บุคลลากรภายในที่ทำงานให้มีการพัฒนาและเติบโตขึ้น เป็นเพื่อก้าวสำคัญของตัวแทนรุ่นต่อๆไปของโรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4 ในอนาคต การศึกษาเพิ่มเติม นอกเหนือจากวิชาชีพสัตวแพทย์แล้ว ในปี พ.ศ. 2550 ผู้เขียนได้เข้าศึกษาต่อปริญญาโททางด้านบริหาร Executive MBA รุ่นที่ 19 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   ขั้นตอนในการเติบโตและการได้นำสิ่งที่ใหม่ๆในวิชาชีพสัตวแพทย์ในประเทศไทย ของโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  จากในอดีตจนถึงปัจจุบัน พอสรุปได้ดังนี้  พ.ศ. 2528  การทำผสมเทียมสุนัข โดยใช้ประสบการณ์จากสุนัขพันธุ์เชาเชาที่เลี้ยงเป็นของตัวเอง และไม่สามารถทำการผสมจริงได้ โดย น.สพ. ชัยพร ผลสุวรรณ์ ใช้การรีดน้ำเชื้อสด และฉีดเข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์ตัวเมีย โดยต้องใช้อุปกรณ์ในการนำพาน้ำเชื้อ และต้องผ่านการฆ่าเชื้อตามขั้นตอน เราสามารถผลิตลูกสุนัขเชาเชาในครอกแรกจำนวน 5 ตัว และ ล่าสุดในปี 2553  การผลมเทียมให้กับสุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวน์ ที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย สามารถเกิดลูกได้ 7 ตัวต่อครอก พ.ศ. 2534  การนำเข้าและใช้เครื่องวางยาสลบกาซในการวางยาสลบสัตว์ของสถานประกอบการเอกชนแห่งแรก และให้ความรู้เพื่อการเริ่มต้นในเรื่องการผ่าตัดที่ปลอดภัยให้แก่เจ้าของสัตว์ พ.ศ. 2539  Vet4 Exotic Pet Clinic เปิดให้บริการการรักษาสัตว์พิเศษ โดย อาจารย์ปานเทพ รัตนากร เป็นสัตวแพทย์ท่านแรกที่มาช่วยวางรากฐาน และสร้างความเข้าใจในการให้การรักษาแก่สัตว์ประเภทนี้ทั้งแก่เจ้าของสัตว์และสัตวแพทย์ที่ประจำ ทำให้เกิดการพัฒนาต่อมาในสัตวแพทย์รุ่นหลังๆต่อมา ในปัจจุบัน อจ. น.สพ. เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล เป็นหัวหน้าสัตวแพทย์ในหน่วยงานของ Vet4 Exotic Clinic และสร้างบัณฑิตที่จบใหม่ที่สนใจในการรักษา exotic จนปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  มีสัตวแพทย์ที่สนใจงานบริการนี้และสามารถให้บริการได้ทุกวันทำการตลอด 24 ชั่วโมง พ.ศ. 2544   ขยายสถานที่การให้บริการมาฝั่งตรงข้าม และ เปิดให้บริการด้านอาบน้ำ ตัดขน และมีการรับฝึกสุนัขโดยทีมจากสุนัขตำรวจ เนื่องจากสพ.ญ. อารยา เคยรับราชการที่กองกำกับการสุนัขตำรวจ และสามารถนำทีมครูฝึกที่เป็นข้าราชการตำรวจ เพื่อให้บริการด้านการฝึกหลักสูตรเชื่อฟังคำสั่งเบื้องต้นแก่สุนัขที่มารับการฝึก  พ.ศ. 2545  งานพัฒนาด้านศัลยกรรม โดยน.สพ.ชัยพร ผลสุวรรณ์ ศึกษางานด้านนี้ด้วยตัวเองแบบลงลึก และการไปสัมมนาอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ ทำให้สามารถทำการผ่าตัดแก้ไขทางออร์โธพิดิกได้หลายวิธี ในรายที่มีการหักของกระดูก โดยการใช้อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์ที่เป็นมาตรฐานได้แก่   IM pin , Bone Plate screw , Locking plate,  Linea external Skeletal fixation , Circular ring, Hybrid Exterrnal Skeletal Fixation, Cemented Total Hip Replacement  ส่วนในเรื่องการผ่าตัดเนื้อเยื่อและในเคสเนื้อเยื่อในปัจจุบันมีการนำ  Co2 Laser เข้ามาใช้ และการช่วยให้แผลเรื้อรังหายดีขึ้นด้วยการใช้เลเซอร์ คือ Class 4 K - Laser พ.ศ. 2546  Vet4 Rehab Clinic  สร้างสระว่ายน้ำสุนัข ในรูปแบบของธาราบำบัดเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกในสุนัขที่ประสบปัญหาในเรื่องของกระดูกและข้อ โดยเฉพาะในรายของข้อสะโพกห่าง  ( Hip dysplasia )  ในศ่าสตร์ของ Hydrotherapy นั้น ร.ต.อ. สพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์ ได้เข้าอบรมในเรื่องการฟื้นฟูทางน้ำที่ประเทศอังกฤษ และนำกลับมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เพื่อรองรับการดูแลหลังการผ่าตัดในสัตว์ที่มีการหักของกระดูก และต้องการสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ และถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีโดยเฉพาะในสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวมาก และส่งผลที่ดีตามมาในเรื่องการลดน้ำหนัก และในปี พ.ศ. 2549  ได้นำการเดินสายพานในน้ำ  ( Underwater Trademill ) มาใช้ร่วมกับการว่ายน้ำ รวมถึงเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าลดความเจ็บปวด และทำให้การหายของแผลดีขึ้นด้วย Class 4 K- Laser  และ เครื่องนวดอัลตร้าซาวน์ที่มีเครื่องกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้ออยู่ในเครื่องเดียวกัน พ.ศ. 2546  การผ่าตัด Total Hip Replacement เป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4  ถือเป็นการเริ่มต้นครั้งแรกของวงการสัตวแพทย์ในประเทศไทย ทำการเปลี่ยนหัวกระดูกสะโพกในสุนัขพันธุ์ golden ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พ.ศ. 2547  Vet4 Pets save Pets  การนำเข้าสุนัขพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เกรย์ฮาวน์จากประเทศออสเตรเลีย ในยุคนั้น พบว่าสุนัขที่ต้องเสียชีวิตมักมีสาเหตุมาจากภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะการติดเชื้อพยาธิในเม็ดเลือดที่มีเห็บเป็นตัวนำโรค การเกิดภาวะโลหิตจางอาจเกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือในรายเนื้องอกโดยเฉพาะที่ม้าม ที่ต้องรีบทำการผ่าตัดเอาม้ามออก  หรือในเคสที่ประสบอุบัติเหตุและต้องการเลือดเร่งด่วน  การได้รับเลือดจากผู้บริจาคจึงเป็นการไขคำตอบสู่การมีชีวิตใหม่ต่อไป เนื่องจากเกรย์ฮาวน์มีกรุปเลือดที่เป็น universal group สามารถช่วยชีวิตสุนัขได้เกือบทุกตัวในภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดความไม่เข้ากันของเลือดต่ำสุด พ.ศ. 2548  Vet4 Imaging Clinic  ให้ความสำคัญในด้านของรังสีวิทยา การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ Echocardiography และการตรวจ CT scan, MRI โดยร่วมกับศูนย์อิมเมจจิ้งเซ็นเตอร์ในคนที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลสัตว์ และในปัจจุบันการถ่ายภาพทางรังสีวิทยาเป็นระบบดิจิตอลทั้งหมด พ.ศ. 2550  Vet4 Dental Clinic  เริ่มงานบริการทางด้านทันตกรรม โดยปัจจุบันมีทีมสัตวแพทย์ที่สนใจทางด้านช่องปากให้บริการแก่เจ้าของสัตว์ รวมถึงการอุดฟันและการดูแลโรคเหงือก และในกลางปีนี้ จะมีการให้บริการการรักษารากฟัน ในรายที่มีฟันผุโดยไม่จำเป็นต้องถอนฟันออกไป พ.ศ. 2553  Vet4 to community เริ่มกิจกรรมตอบแทนสู่สังคมเป็นครั้งแรก โดย โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 ร่วมกับครูและนักเรียนสัตวแพทย์จาก Vet school of university of Pennsylvania ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในชื่อ  " โครงการ ธอส. ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง " ในการออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ในการทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แนะนำการดูแลสุขภาพทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่ผ่านมา ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตาก เชียงใหม่ กระบี่ และกำลังจะเดินทางไปจังหวัดจันทบุรีในปี 2558  กิจกรรมนี้บรรลุผลสำเร็จด้วยดีตลอดมา และจัดเป็นประจำทุกปีในเดือนมิถุนายนของทุกปี และสืบเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ในปัจจุบัน  พ.ศ. 2554  Vet4 Mobile Clinic การออกแบบรถพยาบาลสัตว์เคลื่อนที่คันใหญ่ด้วยรถ 6 ล้อ ภายในรถพยาบาลมีโต๊ะผ่าตัด และเครื่องดมยาสลบกาซ สามารถร่วมใช้ในการออกกิจกรรมเพื่อสังคมกับสัตวแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกและมีความปลอดภัยในขณะทำการผ่าตัด เช่น เดินทางไปช่วยรักษาสุนัขจรจัดที่ถูกลักลอบส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่สกลนคร และนครพนมและการออกหน่วยร่วมกับสัตวแพทย์จากยูเพน เพื่อช่วยเหลือสังคมเป็นประจำทุกปี พ.ศ. 2554  เปิดตึก OPD ใหม่ทางด้านหน้าอีกครั้ง โดยการออกแบบให้มีความโปร่ง อากาศภายนอกสามารถเข้าถึงได้ โดยดีไซน์เป็นหลังคาผ้าใบ ไม่ต้องติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อเป็นหนึ่งในแนวความคิดของการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน พ.ศ. 2554  Vet4 Cat Clinic ให้บริการแก่ลูกค้าที่เลี้ยงแมว นำทีมสัตวแพทย์โดย รศ. สพ.ญ. พรรณจิตต์ นิลกำแหง และสัตวแพทย์ประจำ เพื่อช่วยในการรักษาโรคแมวได้ทั้งในโรคทั่วไป โรคจากไวรัสและการเกิดเนื้องอกต่างๆในแมว ที่ต้องมีการรักษาทางเคมีบำบัด สามารถช่วยยืดชีวิตของแมวได้ยาวนานขึ้น พ.ศ. 2555  Vet4 Onco Clinic การรักษาทางเนื้องอก โดยมีทีมสัตวแพทย์ทั้งทางด้านพยาธิวิทยา และการรักษาทางเคมีบำบัด โดย สพ.ญ. สุปรียา ศรีสัมพันธ์ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ทางศัลยกรรม ที่จะช่วยให้สัตว์ที่ประสบโรคร้ายดังกล่าวมีแนวทางเลือกมากขึ้น แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยยืดเวลาและแนะนำการดูแลตัวสัตว์ให้แก่เจ้าของเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของสัตว์นั้นดีขึ้นตามหลักการของ animal welfare พ.ศ. 2557  Vet4 Skin Clinic การรักษาโรคผิวหนัง นำทีมโดยสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์งานด้านการรักษาผิวหนังจากสหรัฐอเมริกามากว่า 10 ปี โดย สพ.ญ. เลอเพ็ญ ดวงแก้ว ผู้มาต่อยอดการรักษาในการให้บริการด้านภูมิแพ้ การทำ skin test และนำผลิตภัณฑ์การรักษาทางยาและแชมภู ที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อนในประเทศไทย เข้ามาใช้ในการรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังเป็นครั้งแรก ความสำเร็จ รางวัลสูงสุดที่ได้รับในการเป็นสัตวแพทย์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติในชีวิตของผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4  โดย น.สพ. ชัยพร ผลสุวรรณ์ ได้รับรางวัล "จรัล สืบแสง" จากสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ในปี พ.ศ. 2551 และสพ.ญ.อารยา ผลสุวรรณ์ ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขา วิชาชีพอิสระ ในปี พ.ศ. 2554 จากสมาคมนิสิตเก่าคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกวันที่เดินมาถึงจุดนี้ ยังไม่เคยคิดว่าเราประสบความสำเร็จ เพราะถ้าคิดเช่นนั้นเราจะหยุดนิ่ง หลงใหลได้ปลื้มแต่กับอดีตที่ผ่านมา และถอยหลัง เพราะในโลกแห่งความจริง เราต้องเก็บเกี่ยวและแสวงหาต่อไปเรื่อยๆ สิ่งใดที่เราทำเองไม่ได้ เราก็ต้องสร้าง ทั้งการสร้างคนมาทำแทนเรา หรือการหาคนที่มีความรู้และความสามารถ และที่สำคัญที่สุดที่สัตวแพทย์มักขาดแคลน คือความรู้ความสามารถในการบริหารและการจัดการ Management  หากสัตวแพทย์ที่ทำงานด้านบริการ ขาดความเข้าใจในธุรกิจงานบริการ การสื่อสารกับลูกค้าย่อมเป็นอุปสรรคในงานอาชีพ เพราะงานบริการเป็นงานที่ต้องการคนทำงานที่มีใจรักในงานที่ทำ มีสปิริตเต็มร้อยหรือบางคนเกินร้อย ต้องทำให้ลูกค้าพึงพอใจและกลับมาใช้บริการเราอีก ดังนั้นจึงเป็นงานที่ต้องทุ่มเท ละเอียด สร้างสรร ฉับไว ใส่ใจ อดทนและเสียสละ การที่เราจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ในทุกอาชีพคงหนีไม่พ้นการทำงานหนักและการทุ่มเทของตัวเราเอง  ไม่มีใครในโลกที่ได้บางสิ่งมาโดยนั่งอยู่เฉยๆ คนที่พยายามมากย่อมต้องได้มากกว่า  แม้พรสวรรค์จะมีจริง แต่คงไม่เกิดประโยชน์ถ้าคนนั้นไม่ใช้มัน และต้องมีพรแสวงในตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญหลักสูตรการศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่เคยมีหลักสูตรใดที่จะสอนว่าเราจะก้าวผ่านความล้มเหลวได้อย่างไร สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้เราก้าวพ้นความล้มเหลวได้ ก็คือประสบการณ์ของเราเอง เมื่อนั้นแหละ เราจึงจะเชื่อว่าเราประสบความสำเร็จแล้วอย่างแท้จริง....... ข้อคิด ฝากถึงรุ่นน้องสัตวแพทย์ที่มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ว่า....  จงอย่าได้กลัวที่จะล้มเหลว อย่าได้เกรงกับอุปสรรคที่กีดกั้นเรา อย่าได้เป็นเพียงบัณฑิตมหาวิทยาลัยที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แต่ขอให้เรากลายเป็นบัณฑิตนักแก้ปัญหาและทำงานได้ทุกสถานการณ์  
การดูแลแมวสูงอายุ
ข้อควรพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับแมวที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป ถือว่าเป็นผู้สูงอายุ  เจ้าของแมวควรเอาใจใส่ดูแลสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ไม่สายเกินแก้ไข และแมวเหมียวจะได้อยู่กับเราต่อไปอีกนานๆ   เมื่อแมวมีอายุมากขึ้นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?? 1.               โรคข้อเสื่อม – ส่งผลให้แมวมีกิจกรรมต่างๆน้อยลง  เกิดอาการข้อยึดและข้อเสื่อมมากขึ้น เริ่มไม่อยากเดิน หรือแสดงอาการเจ็บปวดให้เห็น 2.               ออกกำลังกายน้อย – ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็ลดลง  ความสามารถในการกระโดด ปีนป่ายหรือทำกิจกรรมอื่นๆจะลดลง “แมวที่มีการออกกำลังกายน้อยลง มีความต้องการพลังงานลดลงมากกว่า 40%” 3.               โรคอ้วน – เมื่อออกกำลังกายน้อยลงแต่ความอยากอาหารยังเท่าเดิม อาจทำให้แมวเป็นโรคอ้วน และนำพาให้มีโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆตามมา 4.               เบื่ออาหาร – อาจเกิดในแมวบางตัว เพราะประสาทการรับกลิ่นและรสชาติเสื่อมลงตามอายุ ทานอะไรก็ไม่อร่อย เจ้าของต้องเอาใจใส่ สรรหาอาหารที่ไม่ซ้ำไปจากเดิม และให้ทานวันละหลายครั้งมากขึ้น 5.               โรคในช่องปาก – เป็นโรคที่พบได้บ่อย และส่งผลให้แมวเบื่ออาหาร เพราะการเกิดโรคเหงือกอักเสบ คราบฟันหรือหินปูน เหล่านี้ย่อมส่งผลต่อฟัน ทำให้เกิดการอักเสบในช่องปาก พอเคี้ยวอาหารจะมีอาการเจ็บปวดฟัน ทำให้ไม่อยากจะทานอาหารเพราะเคี้ยวแล้วเจ็บ จึงเป็นเหตุให้แมวทานได้น้อยลง หรือบางตัวไม่ยอมทานเอาเลย 6.               ระบบทางเดินอาหาร – การทำงานและดูดซึมอาหารน้อยลง เมื่อการดูดซึมน้อยลง  ย่อมส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร บางตัวท้องเสีย บางตัวท้องผูก หากเป็นเรื้อรังจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงเรื่อยๆ ทั้งที่บางตัวก็ยังทานเก่งหรือทานได้ปกติ กลับไม่อ้วนแต่ยังผอมลง ระดับโปรตีนในร่างกายต่ำ โดยเฉพาะค่าอัลบูมินในเลือด 7.               ตับ ไต และระบบต่อมไร้ท่อเสื่อมลง  ส่งผลให้ค่าซีรั่ม ที่ตับ ไต ผิดปกติโดยมีค่าเลือดสูงขึ้น เกิดการสะสมของเสียในเลือดมากขึ้น จนเมื่อถึงระดับเป็นพิษ ทำให้เกิดอาการตับวาย ไตวายให้เห็นอยู่บ่อยๆ 8.               กระหายน้ำน้อยลง – ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ และส่งผลให้เกิดโรคไต เนื่องจากการที่ร่างกายได้รับสารน้ำไม่เพียงพอ เมื่อไตขาดน้ำ ทำให้เกิดภาวะของโรคไตวายตามมา อาจเป็นได้ทั้งแบบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน ดังนั้นจึงควรหมั่นพาแมว ไปรับการตรวจเลือดค่าไต เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจาดสีตวแพทย์ เพื่อหาทางแก้ไขป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไป อายุที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทางยาของแมวหรือไม่??                 อายุที่เปลี่ยนไปย่อมส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญของยา เช่นโรคตับ โรคไต  ภาวะขาดน้ำเพียงน้อยนิดจะส่งต่ออัตราการขับยาออกให้ลดลงและเพิ่มความเข้มข้นของยาในระบบไหลเวียนเลือด ดังนั้นย่อมส่งผลให้มีแนวโน้มของการเกิดโรคตับ โรคไตตามมาได้ในโอกาสที่สูงมาก การกระตุ้นวัคซีนยังจำเป็นในแมวสูงอายุหรือไม่??                 ในแมวที่อายุมาก ย่อมส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยจะลดประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคต่างๆและทำให้ความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อต่างๆลดน้อยลงด้วย  อย่างไรก็ตามการกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกาย นอกจาการฉีดวัคซีนป้องกันประจำปีแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่และการใช้ชีวิตประจำวันของแมว เช่น การไม่หนีออกนอกบ้าน สมาคมแมวแมวว่าเป็นในระดับใด สิ่งต่างๆเหล่านี้สัตวแพทย์ควรจะช่วยการวางแผนและการจัดการโปรแกรมวัคซีนอย่างรัดกุม โดยพิจารณาความเสี่ยงในการสัมผัสโรคของแมวแต่ละตัวตามความเหมาะสม หรือในแหล่งที่มีแมวอยู่หนาแน่น มีโอกาสติดต่อโรคได้ง่าย หากการป้อนยาทำให้แมวเครียดควรป้อนต่อหรือไม่??                 ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการให้ยา  แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่การให้ยาน้ำป้อนปากเป็นเรื่องที่ทำยาก หากยาตัวใดหลีกเลี่ยงยาน้ำไม่ได้ การให้ยาควรเป็นไปด้วยความระมัดระวัง โรคที่พบบ่อยในแมวสูงอายุ                 โรคอ้วน  โรคในช่องปาก  โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ  โรคไต  โรคตับ  โรคหัวใจ  เนื้องอกและมะเร็ง  โรคที่เกิดจากการติดเชื้อต่างๆ  โรคข้อเสื่อม ควรทำอย่างไรให้แมวที่เลี้ยงอยู่มีความสุข??                 จัดที่นอนที่สบายและอบอุ่นให้แมวนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ  ให้อาหารที่มีคุณภาพสูงและย่อยง่าย มีน้ำสะอาดให้ดื่มตลอดเวลา  แมวบางตัวระบบขับถ่ายเสื่อมลงดังนั้นควรมีกระบะทรายเพิ่มให้ในส่วนต่างๆของบ้านและที่สำคัญไม่ควรใช้กะบะทรายร่วมกันหลายๆตัว โปรแกรมจัดการสุขภาพของแมวสูงอายุสำคัญหรือไม่??                 โปรแกรมจัดการสุขภาพจะช่วยให้แมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะจะมีการวางแผนดูแลตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่หลงลืม ส่วนมากโรคที่เป็นเรื้อรัง จะค่อยๆพัฒนาความรุนแรงยิ่งตรวจพบเร็วก็จะช่วยชะลอโรคและยืดระยะเวลาอันมีค่าของแมวที่คุณรัก  ดังนั้นควรพาแมวสูงอายุมาตรวจตรวจสุขภาพทุกๆ 6 เดือน                  โปรแกรมการตรวจเช่น การตรวจร่างกายทั่วไป  การตรวจเลือดและปัสสาวะ  การตรวจความผิดปกติของช่องอกและช่องท้องด้วยการx-ray  ควรมีการจดบันทึกน้ำหนักของแมวทุกครั้ง และการกระตุ้นวัคซีนอาจพิจารณาตามการเลี้ยงว่าเป็นแบบใด ในกรณีที่ยังมีการเลี้ยงปล่อยยังมีการออกนอกบ้าน การให้วัคซีนเป็นประจำโดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้า ย่อมมีความสำคัญและจำเป็นทั้งแก่ตัวแมวและสมาชิกในครอบครัวของท่านที่สัมผัสใกล้ชิดกับเขา                 แมวสูงอายุควรได้รับความเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพ  เมื่อตรวจพบความผิดปกติที่เกิดในขั้นต้น ไม่ควรปล่อยปละควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโดย เร็วที่สุด  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในภายหน้า มีชีวิตที่ดีและอยู่ในครอบครัวของเราต่อไปให้นานๆ                 หมั่นเทคแคร์ดูแลสัตว์เลี้ยง ด้วยความปรารถนาดีจาก คลินิกโรคแมว โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4