ถ่ายทำรายการ Pets Lovers คนรัก< สัตว์เลี้ยง
วันที่ 7 ตุลาคม 2557 โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทนย์ 4 ได้รับเกียรติจาก สพ.ญ.สุปรียา ศรีสัมพันธ์ สัตวแพทย์คลินิกเนื้องอกและโรคแมว vet4 มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่อง โรคเนื้องอกและโรคแมวอ้วน เพื่อเผยแพร่ใน รายการ Pets Lovers คนรักสัตว์เลี้ยง รายการจะนำเทปไปใช้ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 12 / 19 ตุลาคม 2557 ทางช่อง TST5 ระบบ C-BAND และ KU – BAND, ดาวเทียมไทคม, เคเบิ้ลท้องถิ่นทั่วประเทศ หรือชมออนไลน์ได้ที่ www.mvtv.co.th
พบกับคลินิกโรคผิวหนังและโรคภูมิแพ้
 คลินิกโรคผิวหนังและภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง   VET 4 SKIN CLINIC    ให้บริการรักษาโรคผิวหนัง และโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง  โดยสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ ถึง 2 ท่าน  สพ.ญ. เลอเพ็ญ ดวงแก้ว   สัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการรักษาโรคที่อเมริกา มากว่า 16 ปี   และ สพ.ญ. อารยา ผลสุวรรณ์  สัตวแพทย์ประจำ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4   เริ่มเปิดบริการให้เต็มรูปแบบวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557  ท่านสามารถโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ทุกวันที่เบอร์  02-953-8085-6   (คลินิกพิเศษ รับเฉพาะเคสที่มีนัดหมายเท่านั้น) คลินิกผิวหนัง                         วันจันทร์  อังคาร  ศุกร์  เสาร์  เวลา 9.00-12.00 น. คลินิกผิวหนังและภูมิแพ้           วันอาทิตย์  เวลา 12.00-20.00 น.  (สัปดาห์  เว้นสัปดาห์)
โครงการสมาร์ทฮาร์ท ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง” ครั้งที่ 1/2557
      VET 4 ได้รวบรวมภาพบรรยากาศในงานกิจกรรมเพื่อสังคม  “โครงการสมาร์ทฮาร์ท ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยง” ครั้งที่ 1/2557 เพื่อมาให้ได้ชมกันครับ   Vet4 สืบเนื่องงานกิจกรรมเพื่อสังคมในการรณรงค์การทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ร่วมกับสัตวแพทย์ จาก มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เมื่อวันที่ 5-6 มิถุนายน 2557  ที่เทศบาลตำบลลำลูกกา ปทุมธานี และวันที่ 9-11 มิถุนายน 2557   วัดแก้วโกรวาราม อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่  กิจกรรมที่มีในงาน ได้แก่ การตรวจสุขภาพสุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า  ตรวจอัลตร้าซาวน์ช่องท้อง ผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ตรวจเลือด และหยดยาป้องกันเห็บหมัด และ ยากินป้องกันพยาธิหนอนหัวใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยสามารถทำหมันสุนัขและแมว รวมทั้งสิ้นจำนวน 130 ตัว และฉีดป้องกันพิษสุนัขบ้า รวมทั้งสิ้น 167 ตัว             และงานนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนดีๆ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานทั้งในภาครัฐและเอกชนจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้งานกิจกรรมดังกล่าวบรรลุความ สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ ขอขอบคุณผู้จัดการบริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จํากัด ขอขอบคุณบจก.กิสส์ มาร์เก็ตติ้ง ขอขอบคุณนายกเทศมนตรีตำบลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขอขอบคุณนายกเทศบาลเมืองกระบี่  จังหวัดกระบี่ ขอขอบคุณคณะครูและนักเรียน Vet School , University of Pensilvania และขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมดีๆ ครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ และสัญญาว่า Vet4 จะจัดกิจกรรมเพื่อน้องหมาน้องแมวเช่นนี้ในปีต่อๆ ไป   โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4
เตรียมตัวน้องเหมียว...เที่ยวรับลมร้อน
 เตรียมตัวน้องเหมียว...เที่ยวรับลมร้อน   ใครเคยพาแมวออกไปเที่ยวนอกบ้านกันบ้างครับ หากคุณกำลังเตรียมตัวจะไปพักร้อนแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรกับแมวที่บ้านดี ทิ้งไว้ก็เป็นห่วง จะเอาไปฝากไว้ที่อื่นก็กลัวแมวจะเครียด  สุดท้ายตัดสินใจจะพาน้องเหมียวไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร  ผมมีทางออกให้ครับ กับ 4 ขั้นตอนง่ายๆในการเตรียมตัวพาแมวไปเที่ยว เพื่อให้คุณและเค้าได้มีประสบการณ์ดีๆร่วมกัน … เรามาร่วมวางแผนวันหยุดสุดวิเศษกันเลยดีกว่าครับ   ขั้นที่ 1 กางเกราะป้องกันโรค ไปเที่ยวทั้งที คงไม่อยากได้ขอแถมเป็นโรคอะไรกลับมาใช้ไหมครับ  ตรวจสอบสมุดวัคซีนของแมวคุณที่บ้านให้ดีว่ามีวัคซีนอะไรที่จำเป็น แล้วยังไม่ได้ทำบ้าง  รวมถึงควรหยอดยาป้องกันหมัดให้น้องเหมียวสุดรักของเราด้วย  สำคัญที่ลืมไม่ได้หากแมวของคุณมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน คุณควรต้องเตรียมยาของเค้าให้พร้อม และหากเป็นการเดินทางไกล อย่างลิมแวะเวียนไปหาสัตวแพทย์ประจำตัวให้ตรวจสุขภาพก่อนออกเิดินทางนะครับ   ขั้นที่ 2 เตรียมพร้อมกับการเดินทาง ปัญหาแมวเมารถพบได้น้อยกว่าในสุนัขมาก ดังนั้นปัญหาส่วนใหญ่ในการเดินทางจึงเป็นอาการตื่นกลัวเวลาขึ้นรถหรือขึ้นเครื่องบิน  ยิ่งต้องแยกจากเจ้าของไปอยู่เพียงลำพัง ยิ่งตกใจหนัก การให้ยาคลายความกังวลหรือยาซึมจึงช่วยได้มาก หากแมวตื่นตกใจง่าย  แต่คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้ยา โดยเฉพาะในแมวที่อายุมากหรือมีปัญหาเรื่องสุขภาพ  การบำบัดอาการตื่นกลัวการเดินทางในแมวสามารถทำได้หลายวิธี ถ้าอาการตื่นกลัวยังมีน้อยและเจ้าของจะเดินทางโดยรถส่วนตัวผมแนะนำตามนี้ครับ   -       ===สร้างเงื่อนไขทางความคิดบวก กับกระเป๋าหรือกรงที่ใช้ในการเดินทาง โดยใส่ขนม หรือของเล่นที่แมวชอบไว้ในกรง เปิดฝากรงทิ้งไว้ ให้แมวจะเข้าหรือออกกรงเมื่อไหร่ก็ได้อย่างอิสระ ถ้าแมวเริ่มคุ้นเคย ค่อยปิดฝากรงหรือกระเป๋าเป็นช่วงเวลาสั้นๆในระหว่างที่แมวกำลังสนใจกับขนมหรือของเล่นที่อยู่ในกรง ระยะเวลาที่ปิดฝาจะค่อยๆเพิ่มขึ้นวันละนิด -       ===หาจุดที่แมวกลัว ในการเดินทาง เช่น หากแมวเริ่มออกอาการกลัวตั้งแต่เจ้าของเริ่มสตาร์ทรถ ให้เจ้าของลองฝึกเอากระเป๋าแมวเข้ารถในขณะที่รถจอดอยู่ในโรงจอดรถเฉยๆโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง พ่นกลิ่นฟีโรโมนสังเคราะห์ไว้ในรถสัก 2 ถึง 3 นาที ก่อนที่จะยกกระเป๋าขึ้นรถ ยกลงจากรถในเวลาไม่นานก่อนที่แมวจะเกิดอาการเครียด ค่อยๆเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้นวันละนิด -       ===เริ่มสตาร์ทรถ ลองสังเกตอาการของแมวดู หากเริ่มเกิดความเคยชินลองขับรถถอยหน้าถอยหลังเป็นระยะทางสั้นๆก่อนจะยกกระเป๋าออกจากรถ  การฝึกในครั้งหลังๆให้ลองขับรถออกจากบ้านเป็นระยะทางสั้นๆ ค่อยๆเพิ่มระยะทางในการเดินทางให้มากขึ้นในการฝึกแต่ละครั้งจนแมวเกิดความเคยชินและไม่ตื่นกลัวกับการเดินทาง -       ===ในการเดินทางจริงอย่าลืมเตรียม ขนม ของเล่น และฟีโรโมนสังเคราะห์ไว้ เพราะจะช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลายในขณะเดินทางได้มากทีเดียว     “ข้อตกลงที่สำคัญที่สุดในการพาแมวไปเที่ยวโดยเฉพาะแมวที่ตื่นกลัว คือ เจ้าของห้ามเปิดกรงหรือกระเป๋าสำหรับการขนย้ายระหว่างการเดินทางอย่างเด็ดขาด”  แมวที่กำลังตื่นกลัวอาจตัดสินใจกระโดดออกทางหน้าต่างรถ หรือกระโดดออกมาจากกระเป๋าระหว่างกำลังลำเลียงขึ้นเครื่องบินได้ หากต้องการปลอบแมวแนะนำแค่เอามือยื่นเข้าไปในกรงแล้วเรียกชื่อแมวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเพื่อให้แมวรู้สึกสงบ  หากเจ้าของต้องการเอาแมวออกจากกรงตอนอยู่ในรถก็ห้ามเปิดกระจกหน้าต่างโดยเด็ดขาด เพราะขณะเดินทางอาจมีเสียงจากภายนอกรบกวนให้แมวตื่นตกใจได้ตลอดเวลา และห้ามปล่อยแมวมานั่งอยู่กับคนขับขณะรถวิ่งเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน   ตรวจสอบสภาพกรงหรือกระเป๋าเดินทางว่ามีความแน่นหนาแข็งแรงพอ เตรียมชามสะอาดไว้ 2 ใบ ใบหนึ่งไว้ใส่น้ำอีกใบไว้ใส่อาหาร กรงควรโปร่งและระบายอากาศได้ดีและแมวควรอยู่ในห้องโดยสารที่มีแอร์เช่นเดียวกันคุณ เพราะอากาศที่บ้านเราที่ร้อนจัดอาจทำให้แมวป่วยได้      หากคุณกำลังจะเดินทางโดยเครื่องบินแนะนำว่าคุณควรซื้อตั๋วประเภทที่อนุญาตให้นำแมวไว้กับคุณในห้องโดยสารได้ สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้สัตว์ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม อยู่ในห้องโดยสารร่วมกับเจ้าของได้แต่ต้องมีการติดต่อไว้ล่วงหน้า  แมวที่ได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าของจะมีความเครียดในการเดินทางน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับแมวที่เดินทางโดยถูกนำไปรวมกับสัมภาระ  ส่วนกรณีที่อยากพาแมวไปเที่ยวต่างประเทศต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนครับ เพราะในแต่ละประเทศมีเงื่อนไขการอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศที่แตกต่างกัน เช่น ใบรับรองสุขภาพ ใบรับรองการฉีดวัคซีน ไมโครชิป หรือบางประเทศก็ต้องให้ทำการตรวจเลือดก่อน   ขั้นที่ 3 กล่องหลบภัยในบ้านพักตากอากาศ เมื่อคุณถึงโรงแรมหรือบ้านพักตากอากาศ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ สังเกตพฤติกรรมของแมว   แมวที่อยู่ในอาการเครียดเพราะไม่คุ้นเคยกับสถานที่มักจะออกอาการไปไม่เป็น คือจะ นิ่งๆ เฉยๆ เงียบๆ และไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่  แต่หากแมวรู้สึกสบายใจและไม่เครียดแล้ว มักจะเริ่มเดินออกไปหาเจ้าของ หรือสำรวจบ้านพักในทันที  ถึงตรงนี้หากเราให้สักพักแล้ว แมวเรายังเหมือนถูกสต็าฟ นิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน หรือกลับกลายเป็นว่าหมุดหลยไปใต้ตู้ ใต้เตียง ซึ่งจะจับแต่ละที ก็แสนลำบาก ผมแนะนำทางออก คือ การสร้างกล่องหลบภัยครับ เพียงแค่เอาหลังกระดาษมาเจาะเป็นช่องให้แมวเข้าได้ เท่านี้น้องเหมียวก็จะรู้สึกอุ่นใจ โดยที่เราไม่ต้องไปมุดไปงม แมวมาจากใต้เตียง ถึงตอนนี้ก็คงได้แต่ รอร้อรอครับ  จัดชามน้ำ ชามอาหาร กระบะราย รอไว้เลย  เมื่อแมวเค้ารู้สึกสบายใจ เค้าก็จะออกมาหาคุณเอง     ขั้นที่ 4 อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอๆในระหว่างการพักร้อน การปฐมพยาบาลแมวเบื้องต้นเป็นสิ่งที่เจ้าของควรต้องรู้ครับ  เพราะอุบัติเหตุต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่คุณและแมวกำลังพักร้อน ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยๆ เช่น   สารพิษ : เนื่องจากบ้านพักไม่ใช่บ้านที่เราอยู่ประจำ จะมีอะไรต่อมิอะไรทิ้งไว้บ้างก็ไม่รู้ หากคุณพบแมวอยู่ในอาการน้ำลายไหล นอนซึมควรรีบโทรปรึกษาสัตวแพทย์ในทันที สารพิษบางประเภทหากเพิ่งได้รับมาไม่เกินชั่วโมง เราสามารถกระตุ้นให้แมวอาเจียนออกมาเพื่อลดปริมาณสารพิษที่จะดูดซึมเข้าร่างกายได้  วิธีการกระตุ้นให้อาเจียนที่ปลอดภัย คือ การใช้โซเดียมคาร์บอเนต ที่เค้าใช้ล้างผักผลไม้ ป้อนให้แมวกิน 1 เกล็ด  สักพักแมวก็จะอาเจียนออกมาครับ แต่ต้องทำเฉพาะในแมวที่ยังมีสติและยังไม่ซึมมากเท่านั้นครับ เพราะไม่อย่างนั้นแมวอาจสำลักสิ่งที่อาเจียนออกมาลงปอดจนเป็นอันตรายได้  หลังปฐมพยาบาลควรรีบนำส่งโรงพยาบาลในทันที การป้องกันที่ดีที่สุด คือ เมื่อถึงบ้านพัก  คุณควรเดินสำรวจไปทั่วๆก่อน ว่าในห้องครัว ห้องนั่งเล่น ผู้พักเดิมวางอะไรทิ้งไว้หรือไม่ หรือมีการวางยาเบื่อหนูในบ้านหรือเปล่า เราจะได้เก็บทิ้งให้หมดก่อนปล่อยแมว   แมลงสัตว์กัดต่อย : ตัวต่อจะไม่ฝังเหล็กในไว้ ในขณะที่ถ้าเป็นผึ้งเหล็กในจะฝังอยู่ที่ผิวหนัง หากมองเห็นเหล็กในให้พยายามคีบออก พิษตัวต่อมีฤทธิ์เป็นด่าง จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้โดยใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเช็ดบริเวณที่ถูกต่อยเพื่อไปลดความเป็นด่างของพิษ แต่หากเป็นผึ้งพิษจะเป็นกรดแนะนำให้ใช้ Baking Soda ผสมน้ำเช็ดแผล   บริเวณที่ถูกต่อยมักจะมีอาการบวมอักเสบตามมา ควรโทรปรึกษาสัตวแพทย์ประจำตัวเพื่อพิจารณาใช้ยาแก้แพ้เพื่อลดอาการบวม หากถูกต่อยที่บริเวณใบหน้า หรือลำคอควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจบวมจนหายใจไม่ออก   จมน้ำ : พบได้บ้างที่แมวจะพลาดตกไปในถังเก็บน้ำหรือสระน้ำ ธรรมชาติของแมวจะสามารถว่ายน้ำได้ แต่ถ้าหมดแรงเมื่อไหร่ก็มีสิทธิจมน้ำได้เหมือนกัน  หากแมวตกน้ำให้เจ้าของรีบดึงแมวขึ้นจากน้ำทันที ถ้าสำลักน้ำให้จับแมวห้อยหัวลงเพื่อให้น้ำบางส่วนที่สำลักเข้าไปออกมาทางปาก จากนั้นวางแมวบนพื้นราบแล้วเช็ดตัวแรงๆเพื่อกระตุ้นการหายใจ หากแมวยังไม่กลับมาหายใจเจ้าของจำเป็นต้องช่วยผายปอดแล้วรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว   เท่านี้คุณก็สามารถไปเที่ยวกับน้องเหมียวตัวโปรดที่บ้านได้โดยสวัดดิภาพแล้วนะครับ หน้าร้อนนี้ ขอให้ทั้งคุณและน้องเหมียว เที่ยวกันอย่างมีความสุขนะครับ   เอกสารอ้างอิง 1. BSAVA Manual of Canine and Feline Behavioural Medicine, Debra F.Horwitz and Daniel S.Mills, 2009. 2.Travel-Related Problems : canine and feline, 5 minute Canine and Feline Behavior, Debra F.Horwitz & Jacquelie C.Neilson, 2007. 3. Essential Cat : The ultimate owner’s guide to caring for your cat and kitten, Caroline Davis, 2007.
เมื่อน้องเหมียวเครียด...จนขนโกร๋น ><
 ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นนะครับที่มีการป่วยทางด้านจิตใจได้ แมวที่บ้านของคุณก็ป่วยทางด้านจิตใจได้เช่นกัน  หากแมวที่บ้านของคุณมีนิสัยชอบเลียตัวเองบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะในส่วนของท้อง และบริเวณสีข้าง ไปตรวจกับสัตวแพทย์แล้วหลายครั้งก็ไม่พบการติดเชื้อ ไม่พบหมัด และไม่ได้เป็นภูมิแพ้ อาจเป็นไปได้นะครับว่าแมวของคุณกำลังมีสภาวะย้ำคิดย้ำทำ โดยที่จริงๆแล้วผิวหนังไม่ได้เป็นอะไรเลย  ทำไม่แมวจึงย้ำคิด..ย้ำเลีย แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีสภาพจิตใจค่อนข้างอ่อนไหวและซับซ้อน  สาเหตุจึงอาจจะมาจากเหตุผลทางด้านจิตใจดังต่อไปนี้ พฤติกรรมที่อยากทำถูกขัดขวาง  :  แมวบางตัวตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรแล้วถูกขัดขวางทำให้ไม่สามารถทำพฤติกรรมนั้นได้ จึงเบี่ยงเบนมาทำพฤติกรรมอื่นที่มีความเหมาะสมน้อยกว่าแทน เช่น เห็นแมวตัวอื่นที่สวนนอกบ้าน รู้สึกตื่นเต้นอยากออกไปหาแมวตัวนั้น แต่ออกไปไม่ได้ เลยหันมาทำร้ายแมวตัวอื่นในบ้านหรือเจ้าของแทน  นานวันเข้าอาจเบี่ยงเบนพฤติกรรมมาเลียตัวเองแทนได้ ความสับสนในใจ : เกิดความสับสนในใจ กับการตัดสินใจทำพฤติกรรมสองอย่างที่ขัดแย้งกันเอง เช่น เจอคนแปลกหน้าตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเข้าไปหาหรือวิ่งหนี  หรือมีแมวใหม่เข้ามาในบ้านตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจู่โจมหรือหนีดี  เมื่อตัดสินใจไม่ได้สับสนก็หันมาเลียตัวเอง สุญญากาศทางพฤติกรรม :  พฤติกรรมที่มีอยู่ในสัญชาตญาณโดยธรรมชาติ  เช่น การล่า การเดินหาอาหาร หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากเจ้าของในการจัดสภาพแวดล้อมและจัดกิจกรรมภายในบ้านเพื่อทดแทน  เวลาว่างก็จะหันมาย้ำคิดย้ำเลีย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆที่อาจเป็นปัจจัยโน้มนำร่วม  เช่น  ความเครียดจากการต่อสู้ระหว่างแมวภายในบ้าน  ความเครียดจากสภาพแวดล้อมภายในบ้านไม่เหมาะสม  การสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นมากหรือน้อยเกินไป  การเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ  ความเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย  และปัจจัยจากพันธุกรรม (พบบ่อยในแมวไทยและแมวเอเชียพันธุ์อื่นๆ)  อย่าเพิ่งสงสัยโรคนี้.......ถ้ายังไม่ได้ตรวจหาโรคอื่น หากแมวที่มีอาการขนร่วงจากการเลียตัวเองบ่อยขอให้คิดถึงโรคอื่นก่อน เพราะจากข้อมูลทางสถิติพบว่าโรคย้ำคิดย้ำเลียเจอได้น้อย คือ ไม่ถึงร้อยละ 10 ของกลุ่มแมวที่มีอาการดังกล่าว   ขนที่แมวเลียหรือกัดออกมามักเกิดลักษณะหักเป็นปลายแหลมไม่เหมือนขนที่ร่วงเองเวลาจับจึงให้ความรู้สึกว่าขนแหลมและไม่เรียบ  หากถอนขนไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดูจะพบว่าปลายขนหัก  ตำแหน่งของบริเวณขนที่บางลงจะพบแค่ในบริเวณที่แมวสามารถเลียได้ถึง  อย่างไรก็ดีโรคภูมิแพ้และปรสิตภายนอกที่ผิวหนังก็สามารถทำให้แมวรู้สึกคันและเลียขนมากผิดปกติได้เช่นกัน  และโรคที่ไม่เกี่ยวกับผิวหนัง เช่น  กระเพาะปัสสาวะอักเสบในแมวแบบที่เกิดขึ้นเองก็สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดพฤติกรรมการเลียขนตัวเองบริเวณรอบๆอวัยวะเพศและบริเวณหน้าท้องจนขนบางได้ ภาวะทางพฤติกรรมอย่างอื่น เช่น แมวที่ไวต่อการกระตุ้นมากผิดปกติ จะมีพฤติกรรมเลียหรือกัดขนตัวเองจนขนบางได้เหมือนกัน ซึ่งต้องสังเกตท่าทางของแมวประกอบ อาการเจ็บปวดบริเวณปากและใบหน้าอาจเป็นสาเหตุของการเลียหรือกัดขนตัวเองได้ โดยเฉพาะในแมวไทย ที่เป็นตัวผู้ โดยมีอาการเฉพาะ  คือ เวลาเลียหรือกัดขน มักจะเอามือขึ้นมาเขี่ยบริเวณปากที่เจ็บ โดยเฉพาะช่วง 2 ชั่วโมง แรก หลังจากกินอาหาร ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องให้หมอตรวจช่องปากและฟันอย่างละเอียด ดังนั้นก่อนที่จะสงสัยว่าแมวมีอาการย้ำคิดย้ำเลีย คงต้องไปรับการตรวจจากสัตวแพทย์อย่างละเอียดก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าไม่เป็นโรคอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้นครับ  แนวทางการรักษา อาการย้ำคิดย้ำเลีย  หากให้สัตวแพทย์ตรวจโดยละเอียดแล้ว  แมวไม่ได้มีความผิดปกติ เจ็บป่วยทางร่างกาย แต่เหตุผลหลักๆมาจากความเครียด  แนวทางในการรักษา สามารถทำได้ ดังนี้ จัดสภาพแวดล้อมและจัดกิจกรรมภายในบ้านให้แมว :  สภาพแวดล้อมภายในบ้านที่เหมาะสมมีส่วนช่วยลดความเครียดของแมว  การจัดกิจกรรมให้แมวในบ้านอย่างเพียงพอ จะช่วยลดพลังงานที่มีเหลือของแมว ที่จะเอาไปใช้เลียตัวเอง บริหารความสัมพันธ์ระหว่างแมวในบ้าน  :  หากเลี้ยงแมวรวมกันมากกว่า 1 ตัว เจ้าของต้องคอยสังเกตพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างแมวในบ้าน  และคอยปรับพฤติกรรมเพื่อให้แมวในบ้านเข้ากันได้ หากปรับพฤติกรรมไม่ได้จริง ทางเลือกสุดท้าย คือ การแยกเลี้ยง กำหนดรูปแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ :  เงื่อนไขหลักๆ คือ เจ้าของควรให้ความสนใจกับแมวในช่วงที่แมวสงบ เงียบ และไม่เลียตัวเอง  กำหนดช่วงเวลาที่จะมีกิจกรรมร่วมกับแมว ที่เราจะทำได้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน โดยเริ่มจากเรียกแมวมาหา ลูบสัมผัสตัวหรือเล่นด้วยของเล่น หลังจากนั้นให้หยุดเล่นเมื่อหมดช่วงเวลาดังกล่าว  สิ่งสำคัญ คือ ห้ามเล่นกับแมวเมื่อแมวร้องเรียกหรือเอาขามาเขี่ย เพราะเท่ากับสร้างเงื่อนไขว่าแมวจะได้รับความสนใจทุกครั้งที่ร้องขอ ห้ามลงโทษแมวที่กำลังเลียตัวเอง  :  เมื่อแมวกำลังเลียตัวเองมากผิดปกติอย่าลงโทษเด็ดขาด เพราะจะทำให้แมวเกิดความเครียดและอาจเกิดพฤติกรรมดังกล่าวมากยิ่งขึ้น  อาจใช้ของเล่นทำให้แมวไขว้เขวและเบี่ยงเบนความสนใจของแมวให้มาอยู่ที่การเล่นแทน ส่วนใหญ่การรักษาอาการย้ำคิดย้ำเลียมักจำเป็นต้องใช้ยาช่วย ร่วมกับการปรับเปลี่ยนการจัดการภายในบ้าน ดังนั้นทางที่ดีควรปรึกษาสัตวแพทย์ หากสงสัยว่าแมวมีปัญหาด้านจิตใจครับ   เอกสารอ้างอิง 1.The Over-Grooming Cat – What’s going on and what to do?, Terry Marie Curtis, NAVC Conference 2012. 2.Feline compulsive disorders, Jon Bowen and Sarah Heath, Behaviour Problems in Small Animals Practice Advice for the Veterinary Team, 2007. 3.Psychogenic Alopecia/ Overgrooming : feline, Debra F.Horwitz & Jacqueline C.Neilson, Blackwell’s Five minute Veterinary Consult Canine & Feline Behavior, 2007.
หน่วยรถพยาบาลเคลื่อนที่ รพ. สัตว์สัตวแพทย์ 4
เขียนโดย น.สพ.พงษ์ปณต  ตั้งกิจโชติ  การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตามวิถีของคนส่วนใหญ่ในอดีต มักเป็นการเลี้ยงแบบตามมีตามเกิด มีเศษอาหารที่เหลือจากคนก็จะนำแบ่งผสมกับข้าวให้กิน สัตว์เลี้ยงจะอยู่กับคนแบบเรียบง่าย นอนนอกบ้าน ไม่เคยพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ถ้าไม่มีอาการป่วยให้เห็น ทั้งในทางสัตวแพทย์เอง ก็ต้องยอมรับว่าความรู้ทางด้านวิชาการ การวินิจฉัย เครื่องมือทางการแพทย์ และการรักษายังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควรเป็น ทำให้โอกาสที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับการรักษามีน้อยตามไปด้วย แต่โอกาสที่จะเสียชีวิตกลับมีมากขึ้น   ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางด้านการวินิจฉัยโรค การบำบัด และการรักษาโรคในสัตว์เลี้ยงได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว มีความทันสมัยและทัดเทียมกับมนุษย์มากยิ่งขึ้น มีคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดบริการแบบครบวงจรอยู่หลายแห่ง บางแห่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีสัตวแพทย์คอยดูแลและให้การรักษาสัตว์ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวันทั้งคืนเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะการรักษาสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน อย่างเช่นสุนัขและแมว เจ้าของหลายๆท่านนิยมที่จะเลี้ยงสุนัขตัวเล็ก เพราะกินน้อย ขับถ่ายน้อย ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยงมาก และสะดวกที่จะพกพาไปไหนต่อไหนได้ แต่ขณะที่บางท่านก็นิยมชมชอบที่จะเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่ เนื่องจากว่ากอดได้เต็มมือ หรือเหตุผลใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะชอบสุนัขพันธุ์ไหน พันธุ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ ซึ่งสุนัขเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายพยาธิ ป้องกันเห็บหมัด ทำวัคซีน ผ่าคลอด หรือรักษาโรคทางระบบ ทั้งทางอายุรกรรมหรือศัลยกรรม และหลายๆแห่งยังมีเทคโนโลยีการทำกายภาพบำบัดเข้ามาช่วยในการรักษาและฟื้นฟูสุนัขป่วยที่ประสบปัญหาการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการเดิน ลุกนั่งลำบาก หรือบางตัวถึงขั้นเป็นอัมพาตเลยก็มี   การพาสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวไปโรงพยาบาลสัตว์ สำหรับหลายๆท่านไม่ใช่เรื่องยาก บางท่านจับใส่ตระกร้าขับมอเตอร์ไซด์มา บางท่านพาขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับบุคคลที่มีรถเป็นของตนเอง หรือเจ้าของบางท่านที่ไม่มีรถ หรือไม่สะดวกนำรถของตนเองออกมา ก็เหมาแท็กซี่มาก็มี แต่แท็กซี่ส่วนใหญ่ก็จะรับเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก สำหรับท่านที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกัน แต่ในปัจจุบันนี้โรงพยาบาลสัตว์หลายแห่งได้มีรถ AMBULANCE เพื่อรับและส่งตัวสัตว์ป่วยรวมถึงโรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4 ด้วย นอกจากนี้แล้วทางโรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์  4 ยังมีรถอีกประเภท ที่นอกเหนือจากรถ VET 4 PET AMBULANCE SERVICE ที่ออกให้บริการแล้ว ก็คือรถ VET 4 MOBILE CLINIC หรือคลินิกรักษาสัตว์ป่วยเคลื่อนที่นั่นเอง    VET 4 MOBILE CLINIC หรือคลินิกรักษาสัตว์ป่วยเคลื่อนที่ ตามแนวความคิดของการให้บริการทางด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงและอำนวยความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงถึงหน้าบ้านท่าน รถคันนี้ได้ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการรักษาสัตว์เลี้ยงทางด้านอายุรกรรม และศัลยกรรม(ในบางหัตการที่ไม่ซับซ้อน เช่น การทำหมัน การขูดหินปูน เป็นต้น )โดยจัดการในการวางยาสลบแบบแก๊สอย่างมีมาตราฐานเพื่อความปลอดภัยในระดับสูงต่อชีวิตสัตว์  ภายในรถโมบายประกอบด้วยเครื่องปรับอากาศ เครื่องดูดอากาศ โต๊ะตรวจและโต๊ะผ่าตัดที่มีมาตราฐาน ถังออกซิเจน อ่างน้ำสำหรับล้างมือ มีเวภัณฑ์ ยา และอุปกรณ์ที่จำเป็นในหัตการ โดยภายในรถจะถูกจัดพื้นที่อย่างเป็นระบบเพื่อความสะดวกของสัตวแพทย์ในขณะปฎิบัติงาน          เมื่อ VET 4 MOBILE CLINIC ไปถึงยังบ้านที่จะให้บริการ รถจะถูกจอดในบริเวณพื้นที่เรียบและมั่นคง และมีปลั๊กไฟใกล้เคียงเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศในตัวรถได้ตลอดเวลา เมื่อระบบไฮโดรลิคในการควบคุมการเปิดประตูส่วนทางด้านข้างของตัวรถทำงาน จะทำให้ลูกค้ามองเห็นผ่านกระจกห้องตรวจไปภายในห้องตรวจ ระบบเครื่องปรับอากาศ และเครื่องดูดอากาศจะเริ่มทำงานหลังจากระบบไฮโครลิคหยุดทำงาน  พร้อมระบบไฟที่สว่างภายในห้องตรวจ เมื่อทีมงานสัตวแพทย์ภายในห้องตรวจพร้อมก็จะทำการตรวจรักษาสัตว์ป่วย หรือผ่าตัดในห้องปรับอากาศที่เย็นสบายและสะอาด   นอกจาก VET 4 MOBILE CLINIC จะให้บริการในการตรวจและรักษาสัตว์ป่วยถึงหน้าบ้านแล้ว VET 4 MOBILE CLINIC ยังออกให้บริการสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกตรวจสุขภาพ ทำวัคซีน ถ่ายพยาธิ และให้ความรู้และทำความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ถูกต้องแก่เจ้าของสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษเป็นประจำ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องกว่า 5 ปี  ใน "โครงการของธนาคารอาคารสงเคราะห์ห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยงปี 2553-2556" และ "โครงการสมาร์ทฮาร์ทห่วงใยเพื่อนสัตว์เลี้ยงปี 2557 ถึงปัจจุบัน " ตลอดจนการช่วยเหลือน้องหมาที่จะส่งออกขายชายแดนที่ประเทศเพื่อนบ้านที่จังหวัดนครพนม          การเดินทางของ VET 4 MOBILE CLINIC ที่ผ่านมา เดินทางไปหลายจังหวัดในประเทศไทยทั้งที่จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี  และล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2557 ที่ผ่านมา กิจกรรมของ VET 4 MOBILE CLINIC ที่ได้ออกเดินทางทางใต้ถึงจังหวัดกระบี่ เพื่อให้บริการทำวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หยดยาป้องกันเห็บหมัด บริการตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้อง ให้ความรู้ทางด้านสุขภาพสัตว์ และทำหมันสุนัขและแมวด้วยเครื่องดมยาสลบที่มีความปลอดภัยสูง และใช้เทคนิคการผ่าตัดที่ปลอดเชื้อซึ่งเทียบเท่ากับห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลสัตว์ และในปีนี้ 2558 จะยกทีมไปที่จังหวัดจันทบุรี          การออกบริการสังคมทุกครั้ง คณะทำงานนอกจากจะประกอบไปด้วยทีมสัตวแพทย์ศัลยกรรม และผู้ช่วยสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4 แล้ว ยังได้รับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากอาจารย์และนักศึกษาสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย(University of Pennsylvania) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาช่วยในกิจกรรมบริการสังคมประจำปีในทุกเดือนมิถุนายนเป็นเวลาติดต่อกันครบ 6 ปีในปีนี้   การให้บริการทางด้านสุขภาพสัตว์และอำนวยความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงถึงหน้าบ้าน ควบคู่ไปกับการให้บริการสังคมและใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่องคือหัวใจในงานของ “VET 4 MOBILE CLINIC” หน่วยรถพยาบาลเคลื่อนที่ Vet4 ที่ออกแบบขึ้นไม่ใช่เพื่อลูกค้าที่ต้องการใช้บริการเราเท่านั้นแต่ยังครอบคลุมถึงชุมชนที่ห่างไกลในประเทศไทย เพื่อเป็นหนึ่งในหน่วยงานเล็กๆที่มีความภูมิใจที่ได้ทำงานรับใช้สังคมโดยไม่คิดค่าตอบแทนแต่อย่างได                      "หมั่นเทคแคร์ดูแลสัตว์เลี้ยง ด้วยความปรารถนาดี จาก รพ.สัตว์ สัตวแพทย์ 4"