บทความวิชาการ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4

บทความทางวิชาการ : เมื่อไรที่คุณควรนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปพบสัตวแพทย์
จากข้อมูลที่จะให้ต่อไปนี้อาจเป็นสิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจได้ว่าสัตว์ของเราอยู่ตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือไม่ หรือว่ายังสามารถรอดูอาการได้สักระยะหนึ่งก่อน โดยดูได้จากอาการของสัตว์ ดังนี้

ต้องรีบพาสัตว์ของท่านไปพบสัตวแพทย์ในทันทีที่พบเห็นอาการดังต่อไปนี้

  1. มีอาการของระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ
    - จับไม่พบชีพจร หรือหัวใจไม่เต้น
    - หายใจลำบากหรือไม่หายใจ
    - เหงือกหรือลิ้นซีด หรือมีสีม่วงคล้ำ



    Picture 1: ภาพช่องปากของสุนัขที่มีปัญหาด้านหัวใจ
  2. ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับสารพิษ
    -
    กระดูกหักหรือหรือกระดูกโผล่ออกมาจากร่างกาย
    - เลือดไหลไม่ยอมหยุด
    - ได้รับบาดเจ็บที่ตา ตาปลิ้นหรือหลุดออกจากเบ้าตา
    - กัดกันโดยเฉพาะกัดกับสัตว์ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน
    - มีแผลจากการถูกยิงด้วยปืน
    - ถูกรถชนหรือถูกกระแทกด้วยของแข็งที่อวัยวะส่วนต่างๆ โดยเฉพาะที่หัว
    - มีแผลลักษณะเป็นรูที่ช่องท้องหรือทรวงอก
    - ถูกงูกัด สัตว์มีพิษต่อย เช่น แมลงป่อง แมงมุม หรือสัตว์เลี้ยงไปกัดกับคางคก
    - ฟันหักหรือหลุดร่วง
    - มีแผลฉีกขาดที่ผิวหนัง
    - ตกจากที่สูง
    - พบอาการบวมบริเวณใบหน้า



    Picture 2: ภาพขาของสุนัขที่เกิดอุบัติเหตุ
  3. ได้รับบาดจากความร้อนหรือความเย็น
    - กัดสายไฟ ถูกไฟช็อต
    - ถูกไฟลวกหรือสูดดมควันไฟ
    - ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 41 องศาเซลเซียส
    - อุณหภูมิของร่างกายต่ำโดยเมื่อสัมผัสพบว่าร่างกายเย็นกว่าปกติ
  4. มีอาการของระบบทางเดินอาหาร
    - ปวดเบ่ง ถ่ายไม่ออก
    - ท้องอืด ท้องบวมโต
    - มีสิ่งแปลกปลอมติดคอหรือสำลัก
    - อาเจียนเป็นเลือดหรืออาเจียนตลอดเวลา
    - กลืนสิ่งแปลกปลอมลงท้อง
    - ถ่ายเป็นเลือดหรือมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ หรือถ่ายไม่หยุด
    - ถ่ายเหลวและมีสีดำ
    - ก้นปลิ้นออกมาหรือมีเลือดออกจากก้น
    - กินยาเกินขนาด



    Picture 3: ภาพของสุนัขที่อาเจียนเป็นเลือดเนื่องจากรับประทานสิ่งแปลกปลอมเข้าไป

  5. มีอาการทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ
    - ร่างกายอ่อนแรง ซึม หมดสติ
    - ชัก
    - คอบิด ตากลอกกลิ้งไปมา เดินโซเซ เดินเป็นวงกลม ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้
    - ร้องครวญครางแสดงอาการเจ็บปวดตลอดเวลา
    - ไม่สามารถใช้ขาข้างหนึ่งข้างใดในการรับน้ำหนักตัวอย่างเฉียบพลัน
  6. มีอาการของระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบสืบพันธุ์
    - ภาวะคลอดยากหรือคลอดไม่ออก
    - อวัยวะเพศผู้ไม่ยอมกลับเข้าไปในปลอกหุ้มอวัยวะเพศ
    - ปัสสาวะลำบาก หรือมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
    - ส่งเสียงร้องขณะเบ่งปัสสาวะ
    - มีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศ
ควรรีบพาสัตว์ของท่านไปพบสัตวแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงหากพบเห็นอาการดังต่อไปนี้
  1. มีอาการทางหัวใจและทางเดินหายใจ
    - หายใจลำบาก ถี่ หรือเร็ว
    - จามหรือไอบ่อย
  2. อาการที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารหรือน้ำ
    - ไม่กินอาหารหรือกินน้ำภายใน 1 วัน
    - มีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลวนานกว่า 24 ชั่วโมง และเริ่มมีอาการซึม
    - กินน้ำมากกว่าปกติ
  3. มีอาการทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
    - นิสัยเปลี่ยนเฉียบพลัน
    - ส่งเสียงร้องเมื่ออุ้มหรือจับตัว
    - ตาขุ่นมัว หลี่ตา หรือแสดงอาการมองเห็นสิ่งต่างๆไม่เป็นปกติ
    - ขาเจ็บ หรือเดินผิดปกติ
  4. มีอาการของระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบสืบพันธุ์
    - คลอดไม่ออกเกิน 8 ชั่วโมง
    - เต้านมอักเสบ บวมแดง
    - ลูกอัณฑะหรือถุงลูกอัณฑะบวม
  5. มีอาการทางผิวหนัง
    - มีอาการสะบัดหัว งับหรือเกาผิวหนังตลอดเวลา
    - มีก้อนบวมขึ้นที่ตัว จับแล้วร้องแสดงความเจ็บปวด
    - เลือดกำเดาไหล เป็นจุดหรือมีปื้นเลือดบนผิวหนัง

ควรรีบพาสัตว์ของท่านไปพบสัตวแพทย์ในวันถัดไปที่พบเห็นอาการดังต่อไปนี้

  1. อาการที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารหรือน้ำ
    - ไม่กินอาหาร แต่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ
    - อุจจาระเหลวกว่าปกติแต่ไม่แสดงอาการปวดเบ่ง
    - อาเจียนเป็นบางครั้ง โดยไม่มีเลือดปนออกมาหรือไม่มีอาการปวดท้อง
    - ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
    - ดูร่างกายอ้วนหรือผอมกว่าเดิม
    - มีอาการน้ำลายไหล
  2. อาการเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
    - เดินลักษณะไม่ปกตินานเกินกว่า 24 ชั่วโมง
    - ข้อบวม
    - อ่อนเพลีย ซึม นอนมากกว่าปกติ ไม่ค่อยเล่นหรือออกกำลังกาย
  3. มีอาการเกี่ยวกับผิวหนัง
    - คันเล็กน้อย หรือมีกลิ่นตัว
    - มีน้ำมูก หรือน้ำตา
    - หูเป็นหนอง

    ดังนั้นเมื่อท่านพบเห็นอาการเหล่านี้จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ และรีบพาสัตว์เลี้ยงของท่านไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันโรคร้ายที่จะตามมา หรือรักษาได้อย่างทันเวลา



    Picture 4 : ภาพของสุนัขที่มีอาการคันผิดสังเกตุ



Download : PDF

 

 

 

 

 

โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4