บทความทางวิชาการ : เมื่อไรที่คุณควรนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปพบสัตวแพทย์
จากข้อมูลที่จะให้ต่อไปนี้อาจเป็นสิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจได้ว่าสัตว์ของเราอยู่ตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือไม่
หรือว่ายังสามารถรอดูอาการได้สักระยะหนึ่งก่อน โดยดูได้จากอาการของสัตว์
ดังนี้
ต้องรีบพาสัตว์ของท่านไปพบสัตวแพทย์ในทันทีที่พบเห็นอาการดังต่อไปนี้
- มีอาการของระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ
- จับไม่พบชีพจร หรือหัวใจไม่เต้น
- หายใจลำบากหรือไม่หายใจ
- เหงือกหรือลิ้นซีด หรือมีสีม่วงคล้ำ
Picture 1: ภาพช่องปากของสุนัขที่มีปัญหาด้านหัวใจ
- ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับสารพิษ
- กระดูกหักหรือหรือกระดูกโผล่ออกมาจากร่างกาย
- เลือดไหลไม่ยอมหยุด
- ได้รับบาดเจ็บที่ตา ตาปลิ้นหรือหลุดออกจากเบ้าตา
- กัดกันโดยเฉพาะกัดกับสัตว์ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน
- มีแผลจากการถูกยิงด้วยปืน
- ถูกรถชนหรือถูกกระแทกด้วยของแข็งที่อวัยวะส่วนต่างๆ โดยเฉพาะที่หัว
- มีแผลลักษณะเป็นรูที่ช่องท้องหรือทรวงอก
- ถูกงูกัด สัตว์มีพิษต่อย เช่น แมลงป่อง แมงมุม หรือสัตว์เลี้ยงไปกัดกับคางคก
- ฟันหักหรือหลุดร่วง
- มีแผลฉีกขาดที่ผิวหนัง
- ตกจากที่สูง
- พบอาการบวมบริเวณใบหน้า
Picture 2: ภาพขาของสุนัขที่เกิดอุบัติเหตุ
- ได้รับบาดจากความร้อนหรือความเย็น
- กัดสายไฟ ถูกไฟช็อต
- ถูกไฟลวกหรือสูดดมควันไฟ
- ไข้ขึ้นสูงมากกว่า 41 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิของร่างกายต่ำโดยเมื่อสัมผัสพบว่าร่างกายเย็นกว่าปกติ
- มีอาการของระบบทางเดินอาหาร
- ปวดเบ่ง ถ่ายไม่ออก
- ท้องอืด ท้องบวมโต
- มีสิ่งแปลกปลอมติดคอหรือสำลัก
- อาเจียนเป็นเลือดหรืออาเจียนตลอดเวลา
- กลืนสิ่งแปลกปลอมลงท้อง
- ถ่ายเป็นเลือดหรือมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ หรือถ่ายไม่หยุด
- ถ่ายเหลวและมีสีดำ
- ก้นปลิ้นออกมาหรือมีเลือดออกจากก้น
- กินยาเกินขนาด
Picture 3: ภาพของสุนัขที่อาเจียนเป็นเลือดเนื่องจากรับประทานสิ่งแปลกปลอมเข้าไป
- มีอาการทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ
- ร่างกายอ่อนแรง ซึม หมดสติ
- ชัก
- คอบิด ตากลอกกลิ้งไปมา เดินโซเซ เดินเป็นวงกลม ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้
- ร้องครวญครางแสดงอาการเจ็บปวดตลอดเวลา
- ไม่สามารถใช้ขาข้างหนึ่งข้างใดในการรับน้ำหนักตัวอย่างเฉียบพลัน
- มีอาการของระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบสืบพันธุ์
- ภาวะคลอดยากหรือคลอดไม่ออก
- อวัยวะเพศผู้ไม่ยอมกลับเข้าไปในปลอกหุ้มอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะลำบาก หรือมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
- ส่งเสียงร้องขณะเบ่งปัสสาวะ
- มีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศ
ควรรีบพาสัตว์ของท่านไปพบสัตวแพทย์ภายใน
24 ชั่วโมงหากพบเห็นอาการดังต่อไปนี้
- มีอาการทางหัวใจและทางเดินหายใจ
- หายใจลำบาก ถี่ หรือเร็ว
- จามหรือไอบ่อย
- อาการที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารหรือน้ำ
- ไม่กินอาหารหรือกินน้ำภายใน 1 วัน
- มีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลวนานกว่า 24 ชั่วโมง และเริ่มมีอาการซึม
- กินน้ำมากกว่าปกติ
- มีอาการทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- นิสัยเปลี่ยนเฉียบพลัน
- ส่งเสียงร้องเมื่ออุ้มหรือจับตัว
- ตาขุ่นมัว หลี่ตา หรือแสดงอาการมองเห็นสิ่งต่างๆไม่เป็นปกติ
- ขาเจ็บ หรือเดินผิดปกติ
- มีอาการของระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบสืบพันธุ์
- คลอดไม่ออกเกิน 8 ชั่วโมง
- เต้านมอักเสบ บวมแดง
- ลูกอัณฑะหรือถุงลูกอัณฑะบวม
- มีอาการทางผิวหนัง
- มีอาการสะบัดหัว งับหรือเกาผิวหนังตลอดเวลา
- มีก้อนบวมขึ้นที่ตัว จับแล้วร้องแสดงความเจ็บปวด
- เลือดกำเดาไหล เป็นจุดหรือมีปื้นเลือดบนผิวหนัง
ควรรีบพาสัตว์ของท่านไปพบสัตวแพทย์ในวันถัดไปที่พบเห็นอาการดังต่อไปนี้
- อาการที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารหรือน้ำ
- ไม่กินอาหาร แต่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ
- อุจจาระเหลวกว่าปกติแต่ไม่แสดงอาการปวดเบ่ง
- อาเจียนเป็นบางครั้ง โดยไม่มีเลือดปนออกมาหรือไม่มีอาการปวดท้อง
- ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
- ดูร่างกายอ้วนหรือผอมกว่าเดิม
- มีอาการน้ำลายไหล
- อาการเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- เดินลักษณะไม่ปกตินานเกินกว่า 24 ชั่วโมง
- ข้อบวม
- อ่อนเพลีย ซึม นอนมากกว่าปกติ ไม่ค่อยเล่นหรือออกกำลังกาย
- มีอาการเกี่ยวกับผิวหนัง
- คันเล็กน้อย หรือมีกลิ่นตัว
- มีน้ำมูก หรือน้ำตา
- หูเป็นหนอง
ดังนั้นเมื่อท่านพบเห็นอาการเหล่านี้จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ และรีบพาสัตว์เลี้ยงของท่านไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว
เพื่อป้องกันโรคร้ายที่จะตามมา หรือรักษาได้อย่างทันเวลา
Picture 4 : ภาพของสุนัขที่มีอาการคันผิดสังเกตุ
Download : PDF