บทความวิชาการ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4

บทความทางวิชาการ : ภาวะการเกิดลมในช่องอก ( Pneumothorax)
ที่มาของบทความ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบบ่อยว่าสุนัขที่มารับการรักษาอาการระบบทางเดินหายใจ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการเกิดลมในช่องอก และล่าสุด 1 เดือนที่ผ่านมา สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ตัวหนึ่ง ถึงแก่ชีวิตที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วยภาวะนี้เช่นกัน

สาเหตุการเกิด : การเกิดลมในช่องอกของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนตัวนี้ เป็นที่คลางแคลงสงสัยแก่เจ้าของสุนัขว่า มีสาเหตุแท้จริงมาจากอะไร จะใช่สาเหตุโดยตรงที่เกิดจากการกระทบกระเทือนอย่างแรง เช่น ถูกตีหรือไม่ หรือด้วยสาเหตุอื่นใดภายหลังการตายได้ส่งซากสุนัขตัวนี้ทำการผ่าพิสูจน์ ที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ไม่มีรายงานร่องรอยการถูกทำร้ายใดใด คงพบเพียงมีการติดเชื้อของปอดเเท่านั้น

สาเหตุการเกิดมีลมในช่องอก แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. เกิดจากการกระทบกระแทกโดยอุบัติเหตุ ( Traumatic)
  2. เกิดโดยความผิดปกติของปอด ( Spontaneous)
  3. เกิดโดยความผิดพลาดจากการรักษาโรคในช่องอกตามมาภายหลัง ( Iatrogenic)

สาเหตุการเกิดความผิดปกติของปอด แม้จะไม่พบบ่อยนัก แต่มีรายงานการเกิดลมช่องอกในประเภทนี้ร่วมกับการเกิดถุงลมโป่งพอง ( Emphysema) ปอดบวม ( Pneumonia) เกิดฝีที่ปอด ( Pulmonary abscesses) การเกิดพยาธิ์หนอนหัวใจ หรือเกิดเนื้องอกที่ปอด

การรักษา มี 2 วิธี คือ :

  1. การรักษาทั่วไปทางยา รวมถึงการเจาะช่องอกเพื่อให้ลมออก หรือการเปิดผ่าช่องอกร่วมกับการใส่ท่อยาง ( chest tube) เพื่อระบายลมออกจากช่องอก และควรขังสัตว์ในกรงไม่ให้ออกกำลังมากนัก โดยทั่วไปจากอาการภายนอก สุนัขมักแสดงอาการหายใจหอบ เหนื่อยง่าย ซึม ไม่ร่าเริงเท่าที่ควร เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก บางตัวหายใจเร็ว บางตัวไอ และมีอาเจียน
  2. การรักษาโดยการผ่าตัด จะเป็นการทำเพื่อเข้าไปดูในช่องอกว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ และทำการแก้ไขความผิดปกตินั้นโดยวิธี Median sternotomy , Partial or complete lobectomy , Mechanical pleurodesis or Tetracycline pleurodesis เป็นต้น


รายงานทางวิชาการล่าสุดจาก Journal Of American Veterinery Medical Association

JAVMA) 220(11): 1670-1674, 2002. Puerto DA, Brockman DJ, Lindquist C, et al. University of Pennsylvania School of Veterinary Medicine, Philadelphia

ได้ทำการเปรียบเทียบการเกิดภาวะมีลมในช่องอก โดยศึกษาข้อมูลย้อนหลังในสุนัขที่มีอาการนี้จำนวน 64 ตัว ที่มีสาเหตุการเกิดลมในช่องอกแบบไม่รู้สาเหตุและไม่มีประวัติการเกิดกระทบกระแทก โดยให้การรักษา 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 สุนัขจำนวน 28 ตัว รักษาทางยา กลุ่มที่ 2 สุนัขจำนวน 36 ตัว รักษาโดยการผ่าตัด เพื่อเปรียบเทียบผลการรักษา และนำผลที่ได้เปรียบเทียบกับสุนัขทั้งหมด 260 ตัวที่ตรวจพบว่ามีลมในช่องอก พบว่า เพศและอายุไม่มีผลต่ออัตราเสี่ยงการเกิดกลุ่มอาการนี้ แต่พบว่าน้ำหนักตัวที่มากกว่ามีผลต่อการเกิดกลุ่มอาการนี้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

และพบว่าสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ จำนวน 8 ตัวในกรุ๊ปทดลองที่เกิดอาการโดยไม่ทราบสาเหตุ มีจำนวน 7 ตัวที่เกิดลมในช่องอกโดยมีสาเหตุมาจาก Bullous Emphysema ( ถุงลมโป่งพองมีแก๊สอยู่ภายใน) และพบว่ามีโอกาสเกิดบ่อยในสุนัขพันธุ์นี้ และสรุปผลการรักษาจากการเปรียบเทียบทั้ง ๒ กลุ่มพบว่า การให้การรักษาโดยการผ่าตัด ( 3%) มีโอกาสกลับมาเป็นอีกน้อยกว่าการรักษาทางยา ( 50%) และพบว่าอัตราการตายโดยการผ่าตัดมีอัตราการตาย 12% และการรักษาทางยามีโอกาสตาย 53% การวินิจฉัยโรค สามารถวินิจฉัยไม่ยากนัก โดยการเอกเรย์ช่องอก จะเห็นว่ามีลมเกิดขึ้นภายในช่องอก โดยเห็นว่าหัวใจมีการลอยตัวสูงขึ้นกว่าปกติ ดังนั้นการตรวจของสัตวแพทย์โดยการเอกเรย์จะสามารถทราบการเกิดของโรคได้เร็วขึ้น

เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันเทคนิคการผ่าตัดช่องอกยังไม่มีการนำมาใช้ในประเทศไทย ความพยายามในการช่วยชีวิตสุนัขตัวนี้มีเพียงการเจาะช่องอกและใส่ Chest tube



Pic 1.1 :รูปถ่าย Sonic สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ในขณะคาท่ออยู่



Pic 1.2 : ภาพถ่ายรังสีของสุนัขตัวนี้ วินิจฉัยได้ว่ามีลมในช่องอก

Pic 1.3 : แสดงการดูดลมออกโดยใช้ไซริงค์

Pic 1.4 : แสดงการใส่ท่อยางโดยการเสียบเข้าทางช่องอก



Pic 1.5 : น.สพ.ชัยพร ผลสุวรรณ์ ขณะลงมือผ่าตัด

 

( ตามรูป)ร่วมกับการรักษาทางยา พบว่าหลังการวางยาสลบสุนัขฟื้นตัวได้เร็วเป็นที่น่าพอใจ สุนัขมีอาการหายใจดีขึ้น ร่าเริง กินอาหารได้ดี ในช่วงนั้นมีการถ่ายภาพรังสีเปรียบเทียบว่าลมที่มีอยู่ลดน้อยลงหรือไม่ พบว่ายังมีลมเกิดขึ้นใหม่ไม่มากนัก สัตวแพทย์ต้องดูดลมออกทางท่อยางที่ใส่ไว้ เราได้คาท่อดังกล่าวนาน 7 วัน จึงต้องมีการเอาออกเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา ภายหลังจากที่เอาท่อออก 3 วัน สุนัขเริ่มกลับมามีอาการใหม่อีก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

Download : PDF

 

 

 

 

 

โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4