บทความทางวิชาการ : ภาวะการเกิดลมในช่องอก
( Pneumothorax)
ที่มาของบทความ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบบ่อยว่าสุนัขที่มารับการรักษาอาการระบบทางเดินหายใจ
ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการเกิดลมในช่องอก และล่าสุด 1 เดือนที่ผ่านมา
สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ตัวหนึ่ง ถึงแก่ชีวิตที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วยภาวะนี้เช่นกัน
สาเหตุการเกิด : การเกิดลมในช่องอกของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนตัวนี้
เป็นที่คลางแคลงสงสัยแก่เจ้าของสุนัขว่า มีสาเหตุแท้จริงมาจากอะไร
จะใช่สาเหตุโดยตรงที่เกิดจากการกระทบกระเทือนอย่างแรง เช่น ถูกตีหรือไม่
หรือด้วยสาเหตุอื่นใดภายหลังการตายได้ส่งซากสุนัขตัวนี้ทำการผ่าพิสูจน์
ที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ไม่มีรายงานร่องรอยการถูกทำร้ายใดใด
คงพบเพียงมีการติดเชื้อของปอดเเท่านั้น
สาเหตุการเกิดมีลมในช่องอก แบ่งออกได้เป็น
3 ประเภท คือ
- เกิดจากการกระทบกระแทกโดยอุบัติเหตุ ( Traumatic)
- เกิดโดยความผิดปกติของปอด ( Spontaneous)
- เกิดโดยความผิดพลาดจากการรักษาโรคในช่องอกตามมาภายหลัง ( Iatrogenic)
สาเหตุการเกิดความผิดปกติของปอด แม้จะไม่พบบ่อยนัก แต่มีรายงานการเกิดลมช่องอกในประเภทนี้ร่วมกับการเกิดถุงลมโป่งพอง
( Emphysema) ปอดบวม ( Pneumonia) เกิดฝีที่ปอด ( Pulmonary abscesses)
การเกิดพยาธิ์หนอนหัวใจ หรือเกิดเนื้องอกที่ปอด
การรักษา มี 2 วิธี คือ :
- การรักษาทั่วไปทางยา รวมถึงการเจาะช่องอกเพื่อให้ลมออก หรือการเปิดผ่าช่องอกร่วมกับการใส่ท่อยาง
( chest tube) เพื่อระบายลมออกจากช่องอก และควรขังสัตว์ในกรงไม่ให้ออกกำลังมากนัก
โดยทั่วไปจากอาการภายนอก สุนัขมักแสดงอาการหายใจหอบ เหนื่อยง่าย
ซึม ไม่ร่าเริงเท่าที่ควร เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก บางตัวหายใจเร็ว
บางตัวไอ และมีอาเจียน
- การรักษาโดยการผ่าตัด จะเป็นการทำเพื่อเข้าไปดูในช่องอกว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่
และทำการแก้ไขความผิดปกตินั้นโดยวิธี Median sternotomy , Partial
or complete lobectomy , Mechanical pleurodesis or Tetracycline
pleurodesis เป็นต้น
รายงานทางวิชาการล่าสุดจาก Journal Of American Veterinery
Medical Association
JAVMA) 220(11): 1670-1674, 2002. Puerto DA, Brockman DJ, Lindquist
C, et al. University of Pennsylvania School of Veterinary Medicine,
Philadelphia
ได้ทำการเปรียบเทียบการเกิดภาวะมีลมในช่องอก โดยศึกษาข้อมูลย้อนหลังในสุนัขที่มีอาการนี้จำนวน
64 ตัว ที่มีสาเหตุการเกิดลมในช่องอกแบบไม่รู้สาเหตุและไม่มีประวัติการเกิดกระทบกระแทก
โดยให้การรักษา 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 สุนัขจำนวน 28 ตัว รักษาทางยา
กลุ่มที่ 2 สุนัขจำนวน 36 ตัว รักษาโดยการผ่าตัด เพื่อเปรียบเทียบผลการรักษา
และนำผลที่ได้เปรียบเทียบกับสุนัขทั้งหมด 260 ตัวที่ตรวจพบว่ามีลมในช่องอก
พบว่า เพศและอายุไม่มีผลต่ออัตราเสี่ยงการเกิดกลุ่มอาการนี้ แต่พบว่าน้ำหนักตัวที่มากกว่ามีผลต่อการเกิดกลุ่มอาการนี้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
และพบว่าสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ จำนวน 8 ตัวในกรุ๊ปทดลองที่เกิดอาการโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีจำนวน 7 ตัวที่เกิดลมในช่องอกโดยมีสาเหตุมาจาก Bullous Emphysema
( ถุงลมโป่งพองมีแก๊สอยู่ภายใน) และพบว่ามีโอกาสเกิดบ่อยในสุนัขพันธุ์นี้
และสรุปผลการรักษาจากการเปรียบเทียบทั้ง ๒ กลุ่มพบว่า การให้การรักษาโดยการผ่าตัด
( 3%) มีโอกาสกลับมาเป็นอีกน้อยกว่าการรักษาทางยา ( 50%) และพบว่าอัตราการตายโดยการผ่าตัดมีอัตราการตาย
12% และการรักษาทางยามีโอกาสตาย 53% การวินิจฉัยโรค สามารถวินิจฉัยไม่ยากนัก
โดยการเอกเรย์ช่องอก จะเห็นว่ามีลมเกิดขึ้นภายในช่องอก โดยเห็นว่าหัวใจมีการลอยตัวสูงขึ้นกว่าปกติ
ดังนั้นการตรวจของสัตวแพทย์โดยการเอกเรย์จะสามารถทราบการเกิดของโรคได้เร็วขึ้น
เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันเทคนิคการผ่าตัดช่องอกยังไม่มีการนำมาใช้ในประเทศไทย
ความพยายามในการช่วยชีวิตสุนัขตัวนี้มีเพียงการเจาะช่องอกและใส่
Chest tube

Pic 1.1 :รูปถ่าย Sonic สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน
ในขณะคาท่ออยู่

Pic 1.2 : ภาพถ่ายรังสีของสุนัขตัวนี้ วินิจฉัยได้ว่ามีลมในช่องอก
Pic 1.3 : แสดงการดูดลมออกโดยใช้ไซริงค์

Pic 1.4 : แสดงการใส่ท่อยางโดยการเสียบเข้าทางช่องอก

Pic 1.5 : น.สพ.ชัยพร ผลสุวรรณ์ ขณะลงมือผ่าตัด
( ตามรูป)ร่วมกับการรักษาทางยา พบว่าหลังการวางยาสลบสุนัขฟื้นตัวได้เร็วเป็นที่น่าพอใจ
สุนัขมีอาการหายใจดีขึ้น ร่าเริง กินอาหารได้ดี ในช่วงนั้นมีการถ่ายภาพรังสีเปรียบเทียบว่าลมที่มีอยู่ลดน้อยลงหรือไม่
พบว่ายังมีลมเกิดขึ้นใหม่ไม่มากนัก สัตวแพทย์ต้องดูดลมออกทางท่อยางที่ใส่ไว้
เราได้คาท่อดังกล่าวนาน 7 วัน จึงต้องมีการเอาออกเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา
ภายหลังจากที่เอาท่อออก 3 วัน สุนัขเริ่มกลับมามีอาการใหม่อีก
และเสียชีวิตในเวลาต่อมา