บทความวิชาการ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4

บทความทางวิชาการ : โรคท้องอืด กระเพาะขยายใหญ่ Bloat,Gastric Dilatation and Volvulus
สาเหตุ :
โรคท้องอืด กระเพาะขยายใหญ่ เป็นภาวะที่กระเพาะมีการขยายใหญ่ เนื่องจากมีอากาศสะสมอยู่ในกระเพาะมากกว่าปกติ ทำให้เกิดการดันที่กระบังลมและอวัยวะต่างๆ ทำให้สัตว์เลี้ยงหายใจลำบาก และถ้ากระเพาะมีการบิดตัวร่วมด้วย จะทำให้หลอดเลือดดำใหญ่ในช่องท้องไหลกลับไปที่หัวใจไม่ได้ อาจส่งผลให้อวัยวะต่างๆมีความเสียหายตามไปด้วย ซึ่งโรคนี้ถ้าเป็นแล้วมีอัตราการตายที่สูงมาก

สายพันธุ์ที่พบบ่อยและปัจจัยโน้มนำ :

  1. พันธุ์ ส่วนใหญ่จะเกิดในสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีช่องอกแคบและลึก เช่น เกรทเดน เยอรมันเชพเฟิร์ด บ็อกเซอร์ เซนต์เบอร์นาร์ด ส่วนพันธุ์เล็กมีโอกาสเกิดโรคได้แต่น้อย
  2. อายุ มักพบในสัตว์อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป
  3. เพศ พบในเพศผู้มากกว่าเพศเมีย
  4. พฤติกรรมการกินอาหาร พบในสัตว์ที่ตะกละ หรือ สัตว์ที่กินอาหารวันละครั้งมากกว่าวันสัตว์ที่กินอาหารวันละหลายครั้ง และพบในสัตว์ที่วิ่งหลังกินอาหารใหม่ๆ
  5. สภาพจิตใจ สัตว์ที่มีนิสัยขี้กลัว หวาดระเวง จะมีความเสี่ยงของโรคมากกว่าปกติ



    Picture 1: ภาพสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเฟิร์ดที่มักเป็นโรคนี้ได้ง่าย

การติดต่อ : ไม่ใช่โรคติดต่อ

อาการและความรุนแรงของโรค : ท้องขยายใหญ่ อาเจียนโดยไม่มีอะไรออกมา ร้องแสดงอาการปวดท้อง หายใจเร็ว น้ำลายไหล และถ้ากระเพาะมีการบิดตัว จะทำให้สุนัขช็อกและตายได้

การตรวจวินิจฉัยโรค :

  1. การเคาะและฟังจากการตรวจร่างกาย
  2. การเอ็กซเรย์ (การถ่ายภาพรังสี) พบการขยายขนาดของกระเพาะเนื่องจากอากาศ ในบางรายพบการบิดตัวของกระเพาะร่วมด้วย



    Picture 2 : ภาพรังสี ภาพแสดงกระเพาะอาหารขยายใหญ่



    Picture 3 : ภาพถ่ายรังสี แสดงแก็สในกระเพาะอาหารปริมาณมาก


การรักษาโรค : นำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ในทันที ซึ่งสัตวแพทย์จะรักษาโดยการให้น้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อ ยาลดปวด และทำการตรวจเลือด x-ray ระบายแก๊สในกระเพาะโดยการสอดท่อผ่านหลอดอาหารเข้าไปในกระเพาะอาหาร สัตวแพทย์จะทำการเฝ้าระวังวัดสัญญาณชีพตลอดเวลา เพราะสัตว์เลี้ยงอาจมีอาการช็อกและตายได้ และถ้าสภาพร่างกายของสัตว์คงตัวแล้วอาจทำการผ่าตัดเพื่อยึดกระเพาะให้อยู่กับที่ไม่ให้มีการบิดตัวขึ้นมาอีก

เราจะสามารถป้องกันโรคได้อย่างไร :

  1. ในสัตว์พันธุ์ใหญ่ควรให้อาหาร 2-3 มื้อต่อวันแทนการให้วันละมื้อ
  2. เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ ต้องหมั่นสังเกตอาการของสัตว์ และควรมีสัตวแพทย์ประจำตัว เพื่อรับคำปรึกษาหรือรักษาได้ทันเวลา
  3. หลังสัตว์เลี้ยงกินอาหารไม่ควรให้กินน้ำมากเกินไป
  4. ภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังกินอาหารไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงออกกำลังกาย



Download : PDF

 

 

 

 

 

โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4