บทความวิชาการ โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4

บทความทางวิชาการ : การถ่ายเลือด ( Blood Transfusion )
ในสุนัข ซึ่งเราจะพบได้บ่อยๆว่าสุนัขสูญเสียเลือดออกจากร่างกายจากการได้รับอุบัติเหตุ เป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือดทำให้เลือดไหลออกจากจมูกไม่ยอมหยุด หรือสูญเสียเลือดจากสาเหตุอื่นๆ ทำให้สุนัขตกอยู่ในภาวะโลหิตจาง (Anemia) นอกเหนือจากการที่สัตวแพทย์จะรักษาสุนัขของเราที่มีอาการดังกล่าวตามสาเหตุของโรคแล้วไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา หรือได้รับการผ่าตัดแก้ไข ก็จะมีการถ่ายเลือด ( Blood Transfusion ) ให้สุนัขเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสู่ภาวะปกติสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้



Picture1 : ภาพสุนัขมีภาวะเลือดกำเดาไหล

เลือดมีหน้าที่ที่สำคัญในร่างกายโดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางการติดต่อระหว่างเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย เลือดจะนำพาอาหารไปให้เนื้อเยื่อต่างๆทุกแห่งของร่างกายตลอดเวลา พร้อมกับนำของเสียและสารที่หลั่งจากเนื้อเยื่อเหล่านั้นออกไปตามกระแสเลือดไปยังอวัยวะหรือ เนื้อเยื่ออื่นๆเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ หรือกำจัดออก เลือดประกอบด้วย ส่วนที่เป็นของเหลวเรียกว่า พลาสมา (Plasma) และส่วนที่เป็นเซลล์ ได้แก่ เม็ดเลือดแดง (Red blood cell) เม็ดเลือดขาว (White blood cell) และเกล็ดเลือด (Platelet)



Picture 2 : เม็ดเลือดแดง (Red blood cell)

ข้อบ่งชี้ที่สำคัญที่จะต้องได้รับการถ่ายเลือดในสุนัขนั้นมีดังนี้ คือ

  1. ภาวะโลหิตจาง
  2. ภาวะที่เกิดความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  3. ภาวะที่ร่างกายขาดส่วนประกอบของพลาสมาบางตัว
ซึ่งภาวะที่ทางสัตวแพทย์พบได้มากที่สุดจะเป็นภาวะโลหิตจาง จากการเสียเลือดจากสาเหตุต่างๆ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของเราที่เจ็บป่วยอยู่ต้องการการถ่ายเลือดหรือไม่ อาการแสดงที่พบ คือ เยื่อเมือกต่างๆจะซีด เช่น เหงือก เยื่อบุตาขาว จะขาวซีด ปลายเท้าเย็น ซึมไม่มีแรง หายใจหอบ หายใจลำบาก ค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hct) น้อยกว่า15-20 % มีความดันของโลหิตต่ำ



Picture 3 : ภาพลักษณะเหงือกขาวซีด บ่งบอกถึงภาวะเลือดจาง

เมื่อสุนัขมีความต้องการที่จะได้รับการถ่ายเลือด ก็ต้องมีผู้ที่จะบริจาคเลือดให้ โดยสุนัขที่จะทำการบริจาคเลือดได้ต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญ ดังนี้ เป็นสุนัขโตเต็มวัยอายุประมาณ 1-7 ปี สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัมขึ้นไป กรุ๊ปเลือดไม่มี Natural Antibody ต่อ DEA1.1 และ DEA 1.2 มีการได้รับวัคซีนรวมประจำปี ได้รับการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นอย่างดี ปลอดจากโรคของเลือดต่างๆ เช่น พยาธิหนอนหัวใจ พยาธิเม็ดเลือด โรคแท้งติดต่อ โดยสุนัขทุกสายพันธุ์สามารถเป็นผู้บริจาคได้ ขอให้มีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ ในต่างประเทศสุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวน์ (Greyhound) เป็นพันธุ์ที่นิยมใช้มากในการบริจาคเลือดเนื่องจาก เป็นสุนัขที่คอค่อนข้างยาว เส้นเลือดชัดเจนสะดวกแก่การเก็บเลือดและยังมีจำนวนเม็ดเลือดแดงและค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hct) สูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ การเก็บเลือดสัตวแพทย์จะให้ยาซึมเพื่อไม่ให้สุนัขดิ้นขัดขืน ชึ่งตำแหน่งที่เจาะเก็บเลือดจะเป็นเส้นเลือดใหญ่บริเวณคอสุนัข โดยสุนัขหนึ่งตัวนั้นสามารถบริจาคเลือดได้ครั้งละหนึ่งยูนิต ประมาณ 350 - 450 มิลลิลิตรขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว การบริจาคสามารถทำได้ทุก 4-6 สัปดาห์ ควรเช็คค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น(Hct) ก่อนการบริจาคทุกครั้ง



Picture 4: สุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวน์ (Greyhound) เป็นพันธุ์ที่นิยมใช้มากในการบริจาคเลือด

เลือด (Whole Blood)ที่เก็บมาหนึ่งยูนิตนั้นสามารถนำไปปั่นแยกส่วนประกอบต่างๆได้ ดังนี้

  1. เม็ดเลือดแดง (Red blood cell)
  2. พลาสมาและส่วนประกอบ (Plasma and Plasma derivative)
  3. เกล็ดเลือด (Platelet)

โดยการถ่ายเลือดแต่ละครั้งสัตวแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสุนัขตัวที่ต้องการเลือดนั้นต้องการส่วนประกอบใดของเลือด ซึ่งแต่ละโรคความต้องการจะต่างกันไป ในการถ่ายเลือดนั้นเม็ดเลือดแดงจะมีชีวิตอยู่ในร่างกายประมาณ120 วันคอยนำพาออกซิเจน อาหารไปเลี้ยงในร่างกาย




Picture 5: ภาพอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายเลือด

ต่อไปเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งคือ เมื่อได้เลือดที่ต้องการมาแล้วจะต้องทำการตรวจการเข้ากันของเลือด (Cross Matching) ของแต่ละฝ่ายระหว่างตัวรับเลือด และ ตัวให้เลือด ว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยปฏิกิริยาที่จะพบคือเม็ดเลือดแตก และเม็ดเลือดมีการจับตัวตกตะกอนกันเป็นกลุ่ม ซึ่งถ้าเราให้เลือดที่ไม่ได้ตรวจการเข้ากันของเลือดก่อนการถ่ายเลือด หรือ ถ่ายเลือดที่มีปฏิกิริยาต่อกันเข้าไปในร่างกาย จะทำให้ตัวรับบริจาคมีอาการแพ้ได้ ดังนั้นหลังการถ่ายเลือด สัตว์ป่วยควรต้องอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์อย่างน้อย 24 - 48 ชั่วโมง สำหรับตรวจเช็คค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น(Hct) ตลอดจนถึงสังเกตอาการ และสภาวะต่างๆ ของร่างกาย เพราะถึงแม้ว่าก่อนการให้เลือดมีการ ตรวจ การเข้ากันของเลือด (Cross Matching) แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เลือดที่รับเข้า มานั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับร่างกายผู้ป่วย ฉะนั้นพบว่า บางรายหลังจากรับเลือดเข้าไปในร่างกาย เกิดการต่อต้านเลือดที่รับเข้ามาภายหลัง ด้วย เหตุนี้สัตวแพทย์จึงต้องคอยระวังและตรวจอาการ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดตามมา อาการที่พบมีตั้งแต่อาการแพ้เล็กน้อย ไปจนถึงขั้นรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้



Picture 5: ภาพสุนัขได้รับการถ่ายเลือด ในการรักษา

 

ดังนั้นถ้าสุนัขของท่านทั้งหลายมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบพาสุนัขของท่านไปพบสัตวแพทย์โดยด่วนไม่ควรประวิงเวลาเพราะสุนัขอาจเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที และบางโรค เช่น พยาธิในเม็ดเลือด เราสามารถป้องกันไม่ให้สุนัขเป็นได้ เพียงแค่คอยควบคุมไม่ให้มีเห็บมารังควาญ

Download : PDF

 

 

 

 

 

โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4