บทความทางวิชาการ : การถ่ายเลือด
( Blood Transfusion )
ในสุนัข ซึ่งเราจะพบได้บ่อยๆว่าสุนัขสูญเสียเลือดออกจากร่างกายจากการได้รับอุบัติเหตุ
เป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือดทำให้เลือดไหลออกจากจมูกไม่ยอมหยุด หรือสูญเสียเลือดจากสาเหตุอื่นๆ
ทำให้สุนัขตกอยู่ในภาวะโลหิตจาง (Anemia) นอกเหนือจากการที่สัตวแพทย์จะรักษาสุนัขของเราที่มีอาการดังกล่าวตามสาเหตุของโรคแล้วไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา
หรือได้รับการผ่าตัดแก้ไข ก็จะมีการถ่ายเลือด ( Blood Transfusion
) ให้สุนัขเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสู่ภาวะปกติสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้
Picture1 : ภาพสุนัขมีภาวะเลือดกำเดาไหล
เลือดมีหน้าที่ที่สำคัญในร่างกายโดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางการติดต่อระหว่างเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย
เลือดจะนำพาอาหารไปให้เนื้อเยื่อต่างๆทุกแห่งของร่างกายตลอดเวลา
พร้อมกับนำของเสียและสารที่หลั่งจากเนื้อเยื่อเหล่านั้นออกไปตามกระแสเลือดไปยังอวัยวะหรือ เนื้อเยื่ออื่นๆเพื่อนำไปใช้ประโยชน์
หรือกำจัดออก เลือดประกอบด้วย ส่วนที่เป็นของเหลวเรียกว่า พลาสมา
(Plasma) และส่วนที่เป็นเซลล์ ได้แก่ เม็ดเลือดแดง (Red blood cell)
เม็ดเลือดขาว (White blood cell) และเกล็ดเลือด (Platelet)
Picture 2 : เม็ดเลือดแดง (Red blood cell)
ข้อบ่งชี้ที่สำคัญที่จะต้องได้รับการถ่ายเลือดในสุนัขนั้นมีดังนี้
คือ
- ภาวะโลหิตจาง
- ภาวะที่เกิดความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ภาวะที่ร่างกายขาดส่วนประกอบของพลาสมาบางตัว
ซึ่งภาวะที่ทางสัตวแพทย์พบได้มากที่สุดจะเป็นภาวะโลหิตจาง จากการเสียเลือดจากสาเหตุต่างๆ
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของเราที่เจ็บป่วยอยู่ต้องการการถ่ายเลือดหรือไม่
อาการแสดงที่พบ คือ เยื่อเมือกต่างๆจะซีด เช่น เหงือก เยื่อบุตาขาว
จะขาวซีด ปลายเท้าเย็น ซึมไม่มีแรง หายใจหอบ หายใจลำบาก ค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น
(Hct) น้อยกว่า15-20 % มีความดันของโลหิตต่ำ
Picture 3 : ภาพลักษณะเหงือกขาวซีด บ่งบอกถึงภาวะเลือดจาง
เมื่อสุนัขมีความต้องการที่จะได้รับการถ่ายเลือด ก็ต้องมีผู้ที่จะบริจาคเลือดให้
โดยสุนัขที่จะทำการบริจาคเลือดได้ต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญ ดังนี้ เป็นสุนัขโตเต็มวัยอายุประมาณ
1-7 ปี สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัมขึ้นไป กรุ๊ปเลือดไม่มี
Natural Antibody ต่อ DEA1.1 และ DEA 1.2 มีการได้รับวัคซีนรวมประจำปี
ได้รับการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นอย่างดี ปลอดจากโรคของเลือดต่างๆ
เช่น พยาธิหนอนหัวใจ พยาธิเม็ดเลือด โรคแท้งติดต่อ โดยสุนัขทุกสายพันธุ์สามารถเป็นผู้บริจาคได้
ขอให้มีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ ในต่างประเทศสุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวน์
(Greyhound) เป็นพันธุ์ที่นิยมใช้มากในการบริจาคเลือดเนื่องจาก เป็นสุนัขที่คอค่อนข้างยาว
เส้นเลือดชัดเจนสะดวกแก่การเก็บเลือดและยังมีจำนวนเม็ดเลือดแดงและค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น
(Hct) สูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ การเก็บเลือดสัตวแพทย์จะให้ยาซึมเพื่อไม่ให้สุนัขดิ้นขัดขืน
ชึ่งตำแหน่งที่เจาะเก็บเลือดจะเป็นเส้นเลือดใหญ่บริเวณคอสุนัข โดยสุนัขหนึ่งตัวนั้นสามารถบริจาคเลือดได้ครั้งละหนึ่งยูนิต
ประมาณ 350 - 450 มิลลิลิตรขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว การบริจาคสามารถทำได้ทุก
4-6 สัปดาห์ ควรเช็คค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น(Hct) ก่อนการบริจาคทุกครั้ง
Picture 4: สุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวน์ (Greyhound)
เป็นพันธุ์ที่นิยมใช้มากในการบริจาคเลือด
เลือด (Whole Blood)ที่เก็บมาหนึ่งยูนิตนั้นสามารถนำไปปั่นแยกส่วนประกอบต่างๆได้
ดังนี้
- เม็ดเลือดแดง (Red blood cell)
- พลาสมาและส่วนประกอบ (Plasma and Plasma derivative)
- เกล็ดเลือด (Platelet)
โดยการถ่ายเลือดแต่ละครั้งสัตวแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสุนัขตัวที่ต้องการเลือดนั้นต้องการส่วนประกอบใดของเลือด
ซึ่งแต่ละโรคความต้องการจะต่างกันไป ในการถ่ายเลือดนั้นเม็ดเลือดแดงจะมีชีวิตอยู่ในร่างกายประมาณ120
วันคอยนำพาออกซิเจน อาหารไปเลี้ยงในร่างกาย
Picture 5: ภาพอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายเลือด
ต่อไปเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งคือ เมื่อได้เลือดที่ต้องการมาแล้วจะต้องทำการตรวจการเข้ากันของเลือด (Cross Matching) ของแต่ละฝ่ายระหว่างตัวรับเลือด และ ตัวให้เลือด ว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยปฏิกิริยาที่จะพบคือเม็ดเลือดแตก และเม็ดเลือดมีการจับตัวตกตะกอนกันเป็นกลุ่ม ซึ่งถ้าเราให้เลือดที่ไม่ได้ตรวจการเข้ากันของเลือดก่อนการถ่ายเลือด หรือ ถ่ายเลือดที่มีปฏิกิริยาต่อกันเข้าไปในร่างกาย จะทำให้ตัวรับบริจาคมีอาการแพ้ได้ ดังนั้นหลังการถ่ายเลือด สัตว์ป่วยควรต้องอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์อย่างน้อย 24 - 48 ชั่วโมง สำหรับตรวจเช็คค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น(Hct) ตลอดจนถึงสังเกตอาการ และสภาวะต่างๆ ของร่างกาย เพราะถึงแม้ว่าก่อนการให้เลือดมีการ ตรวจ การเข้ากันของเลือด (Cross Matching) แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เลือดที่รับเข้า มานั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับร่างกายผู้ป่วย ฉะนั้นพบว่า บางรายหลังจากรับเลือดเข้าไปในร่างกาย เกิดการต่อต้านเลือดที่รับเข้ามาภายหลัง ด้วย เหตุนี้สัตวแพทย์จึงต้องคอยระวังและตรวจอาการ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดตามมา อาการที่พบมีตั้งแต่อาการแพ้เล็กน้อย ไปจนถึงขั้นรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้
Picture 5: ภาพสุนัขได้รับการถ่ายเลือด ในการรักษา
ดังนั้นถ้าสุนัขของท่านทั้งหลายมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบพาสุนัขของท่านไปพบสัตวแพทย์โดยด่วนไม่ควรประวิงเวลาเพราะสุนัขอาจเสียชีวิตได้
ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที และบางโรค เช่น พยาธิในเม็ดเลือด
เราสามารถป้องกันไม่ให้สุนัขเป็นได้ เพียงแค่คอยควบคุมไม่ให้มีเห็บมารังควาญ
Download : PDF