บทความทางวิชาการ : พยาธิเม็ดเลือด
ในสุนัข (Blood Parasite)
สาเหตุ : เป็นโรคติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด
คือริกเกตเซียซึ่งเป็นปรสิตชนิดหนึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในเม็ดเลือดแดง
Babesia spp. และเม็ดเลือดขาว Ehrlichia spp. Hepatozoon spp.
การติดต่อ : สามารถติดโรคได้โดยผ่านพาหะของโรคคือ
เห็บ
อาการและความรุนแรงของโรค :
โดยส่วนมาก อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดที่เจ้าของสุนัขสามารถเห็นได้ชัดเจนคือ
เลือดกำเดาไหลอาจจากรูจมูกข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง ปัสสาวะอุจจาระมีเลือดปนเลือด
เกิดภาวะดีซ่าน อาจจะมีการอักเสบขึ้นของอวัยวะภายในจนนำไปสู่อาการรุนแรงอื่นๆ
เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอักเสบ หรือไตวายได้
การตรวจวินิจฉัยโรค : สามารถตรวจได้โดยการตรวจเลือด
หรือในปัจจุบัน Ehrlichia spp. สามารถตรวจอย่างแม่นยำได้มากขึ้นโดยใช้ชุดทดสอบ
ซึ่งจะตรวจหา แอนติบอดี้ ของเชื้อ และอาจจำเป็นต้องมีการตรวจวินิจฉัยอย่างอื่นร่วมด้วย
เช่น ถ่ายภาพรังสี หรือตรวจปัสสาวะ เพื่อเป็นการประเมินอาการอื่นที่สามารถเกิดแทรกซ้อนขึ้นได้
Picture 1: ภาพพยาธิเม็ดเลือดชนิดต่างๆที่พบได้จากการส่องตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์
การรักษาโรค : สามารถทำการรักษาได้โดยให้ยากิน
หรือยาฉีด แต่พบว่า มีโอกาสที่จะเกิดภาวะเรื้อรังของโรคได้
เราจะสามารถป้องกันโรคได้อย่างไร :
ไม่มีการป้องกันที่ได้ผลโดยสิ้นเชิง แต่สามารถลดอัตราการเกิดโรคได้โดย
พยายามลดปริมาณ ป้องกันการติด และ พยาธิภายนอก เช่น เห็บ ให้มากที่สุด
เช่นโดยอาจใช้ยาพ่นผิวหนัง หรือยาหยอดหลังเพื่อป้องกันเห็บ หมัดเป็นประจำทุกเดือน
ภายหลังการรักษาพยาธิในเม็ดเลือดจนพ้นจากอาการแล้ว ควรมีการตรวจสุขภาพ
โดยร่วมกับการตรวจเลือด ซ้ำเป็นทุกหกเดือน หรืออย่างน้อยเป็นประจำปีละครั้ง
ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ หรือเพื่อสามารถรักษาได้โดยที่โรคยังไม่มีอาการแสดงออกมา
Picture 2: เห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด
Download : PDF